รีวิวจากนักท่องเที่ยว
ให้คะแนนและเขียนรีวิว
ยังไม่มีรีวิวสำหรับสถานที่นี้ เป็นคนแรกที่รีวิวสิ!
แผนที่และพิกัด
ไม่ได้ระบุพิกัดสถานที่
สำรวจเพิ่มเติม
สถานที่น่าสนใจอื่นๆ ในเขต โซนพัทลุง
แอดมินกระดุม
สินธุ์แพรทอง
อีกหนึ่งที่ท่องเที่ยวชมวิถีชาวบ้านกับกิจกรรมในพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ นำทาง ศูนย์เรียนรู้เครือข่ายสินธุ์เเพรทอง ตั้งอยู่ที่ ม.9 ลำสินธุ์ อำเภอ ศรีนครินทร์ พัทลุง 93000 โดย ชุมชนลำสินธุ์ ตั้งอยู่เขตพื้นที่แนวเทือกเขาบรรทัด อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ กล่าวคือ ดินมีความอุดมสมบูรณ์สามารถปลูกพืชอะไรก็เจริญงอกงาม มีผืนป่าธรรมชาติที่สวยงามอุดมสมบูรณ์หลากหลาย มีสายน้ำลำธาร เป็นแหล่งน้ำตกที่สวยงาม มีบ่อน้ำพุร้อน ถ้ำที่สวยงามหลากหลายไปด้วยหินงอกหินย้อย ชุมชนต่าง ๆ ในพื้นที่ ต.ลำสินธุ์ ตั้งถิ่นฐานมายาวนานไม่น้อยกว่า 300 ปี มีประวัติศาสตร์ของการต่อสู้ มีอุดมการณ์ทางการเมือง และเป็นชุมชนพัฒนาตัวอย่าง ในหลากหมายเรื่องไม่ว่าจะเป็น ตัวอย่างครอบครัวต้นแบบ ตัวอย่างแปลงไม้ผลต้นแบบ ตัวอย่างกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ศูนย์เรียนรู้ชุมชนต้นแบบ ด้วยอุปนิสัยใจคออัธยาศัยมิตรไมตรีที่ดีและอบอุ่น องค์ประกอบเหล่านี้ล้วนเป็นต้นทุนทางธรรมชาติและสังคมที่มีศักยภาพต่อการพัฒนา การจัดการตนเองของชุมชนลำสินธุ์ต.ลำสินธุ์ ตั้งอยู่ใน อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง มี 9 หมู่บ้าน เนื้อที่ทั้งหมด 36,209 ไร่ จำนวนประชากร 5,791 คน (ชาย 2,997 คน หญิง 2,994 คน) ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ ทำสวนยางพารา ทำสวนผลไม้ ทำนา เลี้ยงสัตว์ และ รับจ้าง ชุมชนลำสินธุ์ มีประวิติศาสตร์ชุมชนที่ยาวนาน มีเรื่องราวต่าง ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยชุมชนได้มีการแบ่งช่วงเวลาของเรื่องราวออกเป็น 6 ยุค
แอดมินกระดุม
หอศิลป์ หนังตะลุง
แหล่งเรียนรู้เรื่องราวของหนังตะลุง #พิกัดเส้นทาง ที่จังหวัดพัทลุง ช่างเล็ก ช่างแกะหนังตะลุงซึ่งเป็นช่างแกะหนังรุ่นที่สี่ในครอบครัวหนังตะลุงและนายหนังโผนฟ้า ดาราทอง ร่วมกันบุกเบิกหอศิลป์หนังตะลุง เพื่อให้เด็กและเยาวชนในจังหวัดพัทลุงได้มีโอกาสเรียนรู้เรื่องราวของหนังตะลุง รวมถึงมีโอกาสทดลองแกะและเชิดหนังตะลุง นับจากปี 2547 จนถึงปัจจุบัน ก็เป็นเวลาเกือบ 20 ปีแล้ว ที่ศูนย์การเรียนรู้ หอศิลป์หนังตะลุงเปิดประตูต้อนรับผู้สนใจในศาสตร์และศิลป์ของหนังตะลุงให้เข้ามาเรียนรู้ด้วยความหวังที่จะส่งต่อองค์ความรู้ของตัวเองไปสู่คนรุ่นหลังให้มากที่สุด เรื่องราวของช่างเล็กและนายหนังโผนฟ้า ดาราทองถือเป็นหนึ่งตัวอย่างของสามัญชนตัวเล็กๆ ที่ลุกขึ้นมาทำงานอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นด้วยทุนรอนของตัวเองซึ่งเชื่อว่าหากมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ความสนับสนุนอย่างเป็นระบบหอศิลป์แห่งนี้ก็จะมีความเข้มแข็งและสามารถทำงานต่อเนื่องได้ในระยะยาว เดินทัวร์หอศิลป์หนังตะลุง แหล่งเรียนรู้บ้านๆ ที่รุ่มรวยด้วยเรื่องราว ศูนย์การเรียนรู้ หอศิลป์หนังตะลุง ตั้งอยู่บนถนนเพชรเกษมตรงข้ามกับศาลหลักเมือง ห่างจากศาลากลางจังหวัดพัทลุงประมาณ 4 กิโลเมตร #พิกัดเส้นทาง พื้นที่จัดแสดงแรกที่ผู้ชมจะได้พบเห็นเมื่อเข้ามาถึงถือโรงแสดงหนังตะลุงซึ่งเป็นเพิงมุงหลังคาเปิดโล่งขนาดใหญ่ ภายในมีจอหนังขนาดใหญ่ขึงไว้พร้อมเครื่องเสียง ขณะที่ด้านข้างอาคารทั้งสองด้านมีนิทรรศการถาวรเป็นป้ายไวนิลจัดแสดงไว้ ผนังด้านซ้ายมือ (หันหน้าเข้าจอ) จัดแสดงเรื่องราวและรูปภาพของตัวหนังตะลุงพร้อมประวัติย่นย่อ ขณะที่นิทรรศการด้านขวามือบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของศิลปะการเล่าเงาซึ่งเป็นวัฒนธรรมร่วมในหลายๆ พื้นที่ของทวีปเอเชีย รวมถึงความเป็นมาของหนังตะลุงในพื้นที่ภาคใต้ สำหรับโรงหนังตะลุงนี้จะเปิดใช้งานเต็มรูปแบบเฉพาะเวลามีกิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมเป็นหมู่คณะจำนวนมากเท่านั้น แต่ผู้เข้าชมสามารถเดินเข้ามาชมนิทรรศการที่อยู่ในโรงฉายหนังได้ตลอด เมื่อเดินออกจากโรงฉายหนัง หากผู้เยี่ยมชมมองไปที่ฝั่งตรงข้ามก็จะพบกับเรือนไม้ยกสูงหลังหนึ่ง เรือนไม้นี้คือเรือนบูรพาจารย์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงครูหนังตะลุงในอดีตที่ได้สร้างคุณูปการแและวางรากฐานให้กับหนังตะลุงในจังหวัดพัทลุง บนศาลานอกจากจะมีแท่นบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วยังมีภาพเขียนของบุคคลที่มีความสำคัญต่อแวดวงหนังตะลุงของจังหวัดพัทลุงสองท่านด้วย ภาพเขียนฝั่งซ้ายมือเป็นรูปชายชราสวมแว่นไม่สวมเสื้อคือภาพวาดของช่างลาพ สอนวงศ์ ช่างทำหนังตะลุงซึ่งเป็นพ่อของช่างเล็ก โดยช่างลาพนับเป็นช่างแกะหนังรุ่นที่สามในตระกูล ส่วนภาพเขียนด้านขวามือที่เป็นภาพชายไว้หนวดสวมเสื้อสีขาว คือภาพวาดของ "หนังพร้อมน้อย ตะลุงสากล" ครูของนายหนังหลายๆ คนในจังหวัดพัทลุง ผู้เยี่ยมชมที่ขึ้นไปบนเรือนบูรพาจารย์สามารถหยอดเงินเพื่อสนับสนุนการทำงานของทางหอศิลป์ฯบนไหรับเงินบริจาคที่อยู่บนศาลาได้ ถัดจากศาลาบูรพาจารย์ผู้เข้าชมจะพบบอร์ดจัดแสดงตัวหนังตะลุงที่ตั้งเรียงรายเป็นแนวยาว ตัวหนังตะลุงเหล่านี้เป็นตัวหนังตะลุงเก่าที่ช่างเล็กรวบรวมมาจากหลายๆ แหล่ง ทั้งตัวหนังตะลุงที่แกะสลักโดยช่างในภาคใต้ เช่น ช่างของพัทลุง นครศรีธรรมราช สงขลา และช่างจากพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากตัวหนังตะลุงที่ทำโดยช่างทำหนังในพื้นที่ภาคใต้ ช่างเล็กยังรวบรวมตัวหนังตะลุงจากพื้นที่อื่น เช่น ราชบุรีมาจัดแสดงไว้บนบอร์ดนี้ด้วย ถัดจากส่วนจัดแสดงตัวอย่างหนังตะลุงจะเป็นศาลาสาธิตที่ผู้เยี่ยมชมสามารถทดลองทำหนังตะลุงและทดลองเชิดหนังตะลุงได้ จุดนี้ยังมีนายหนังโผนฟ้า ดาราทอง นายหนังประจำหอศิลป์ฯ แห่งนี้คอยต้อนรับและทดลองเชิดหนังตะลุงให้ผู้เยี่ยมชมได้ดูด้วย และไม่ว่าผู้เยี่ยมชมจะมาคณะเล็กหรือคณะใหญ่แค่ไหนทั้งช่างเล็กและนายหนังต่างพร้อมอธิบายและสาธิตการแสดงหนังให้ดูแบบจัดเต็ม หนึ่งในไฮไลท์ของพื้นที่จัดแสดงส่วนนี้นอกจากจะอยู่ที่การสาธิตฉายหนังตะลุงแล้ว ยังเป็นพื้นที่นักเรียนหรือผู้เยี่ยมชมใช้ในการทดลองแกะตัวหนังตะลุงด้วย ผลงานของนักเรียนบางส่วนยังถูกนำมาวางจำหน่ายเป็นของที่ระลึกเพื่อระดมทุนการทำงานของทางหอศิลป์ฯ ด้วย แม้ดูจากรูปลักษณ์ภายนอก หอศิลป์หนังตะลุงแห่งนี้จะไม่ได้ดูหรูหรา ไม่มีตึกอาคารปลูกสร้างถาวร ไม่มีห้องติดแอร์ แต่สถานที่แห่งนี้ก็รุ่มรวยด้วยเรื่องราวและคุณค่าทางวัฒนธรรม ช่างเล็กและนายหนังโผนฟ้า ดาราทองคือห้องสมุดมีชีวิตที่พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวและศาสตร์แห่งหนังตะลุงให้ผู้มาเยี่ยมชมอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย โดยช่างเล็กยังได้วาดลายเส้นตัวละครหนังตะลุงบางส่วนพร้อมคำอธิบายติดตามต้นเสาของทั้งที่ศาลาสาธิตและที่ส่วนจัดแสดงตัวหนังตะลุงโบราณ ที่สำคัญหอศิลป์ฯ แห่งนี้ยังรวบรวมตัวหนังตะลุงโบราณหาชมยากจากหลายพื้นที่มาจัดแสดงไว้ในที่เดียวกันด้วย ท่านสามารถอ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ https://commonmuze.com/node/648 เรื่องและภาพโดย อานนท์ ชวาลาวัณย์
แอดมินกระดุม
ศาลหลักเมืองพัทลุง
แวะไหว้ ศาลหลักเมืองพัทลุง เสริมสิริมงคล ขอพรใจกลางเมือง อนุสรเเห่งแรงศรัทธาอันแรงกล้าของชาวจังหวัดพัทลุง และประชาชนทั่วไป นำทาง ศาลหลักเมืองพัทลุง ซึ่งเกิดขึ้นด้วยแรงศรัทธาอันแรงกล้าของชาวจังหวัดพัทลุง และประชาชนทั่วไป ที่ร่วมกันบริจาคทรัพย์สมทบทุนการก่อสร้างจำนวน กว่า ๑๒ ล้านบาท มอบหมายให้ รศ.ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี ศิลปินแห่งชาติสาขาสถาปัตยกรรม เป็นผู้ออกแบบการก่อสร้างมีการลงนามในสัญญาและเริ่มการก่อสร้างมาตั้งแต่วันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๓ และ ณ บริเวณวัดควนปรง หมู่ที่ ๒ ตำบลท่ามิหรำ อำเภอเมืองพัทลุง ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จจนถึงปัจจุบัน ตามพงศาวดารได้มีการกล่าวถึงความเป็นมาของการสร้างเสาหลักเมืองของชนชาติไทย ปรากฏมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี มาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ การสร้างหลักเมืองตามประเพณีโบราณ นิยมสร้างหลักเมืองไว้เป็นมิ่งขวัญ เป็นนิมตมงคล สำหรับให้รู้ว่าหลักบ้าน หลักเมืองอยู่ที่ไหน ประชาชนบ้านเมืองนั้นย่อมร่มเย็นเป็นสุข เพราะมีเทพรักษาเมือง ได้แก่ พระทรงเมือง พระเสื้อเมือง เทวดา และเทพารักษ์ ทั้งหลาย หลักเมืองต้องฝังไว้ในย่านกลางเมืองหรือให้ทำเลที่ชัยภูมิตามทิศทางของเมืองและในสมัยโบราณ เมืองเอกหรือเมืองชั้นราชธานีจะต้องมีหลักเมืองไว้เป็นนิมิตมงคลสำหรับเมืองทุกเมือง เมืองพัทลุงเป็นเมืองโบราณที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน แม้จะเคยมีหลักเมืองเป็นศูนย์กลางของเมืองมาก่อน แต่เนื่องจากมีการย้ายที่ตั้งหลายครั้ง ทำให้หลักฐานเกี่ยวกับหลักเมืองไม่ชัดเจน แม้จะมีร่องรอยอยู่บ้าง เช่นโคกบางแก้ว เมืองเก่าชัยบุรี และเมืองเก่าบ้านลำปำ ซึ่งชำรุดผุพังไปตามกาล หลังจากย้ายเมืองพัทลุงไปตั้งที่อื่นในแต่ละครั้ง และครั้งสุดท้ายย้ายมาอยู่ที่ตำบลคูหาสวรรค์ เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๖ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งเมืองพัทลุงในปัจจุบัน ก็ยังไม่มีการสร้างศาลหลักเมืองแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๘ – ๒๕๓๙ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงในขณะนั้น คือนายประสิทธิ์ พรรณพิสุทธิ์ และหัวหน้าส่วนราชการ มาถึง ปี ๒๕๕๓ นายวินัย ครุวรรณพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ในฐานะลูกหลานชาวพัทลุงและผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ได้ดำเนินการจัดสร้างศาลหลักเมืองพัทลุงขึ้นอีกครั้ง จึงได้ประชุมคณะทำงานจัดหาสถานที่ มีมติเป็นเอกฉันท์เลือกสถานที่บริเวณวัดควนปรง หมู่ที่ ๒ ตำบลท่ามิหรำ อำเภอเมืองพัทลุง เป็นสถานที่ที่มีทำเลเหมาะสม อยู่บริเวณเนินสูง สวยงาม เส้นทางคมนาคมสะดวก และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในอดีต