ธรรมชาติ

หอศิลป์ หนังตะลุง

Author แอดมินกระดุม พัทลุง 2,471 เข้าชม ไม่มีคะแนน (0 รีวิว) 15 Jul 2024

รายละเอียด

logo

     แหล่งเรียนรู้เรื่องราวของหนังตะลุง    #พิกัดเส้นทาง

      ที่จังหวัดพัทลุง ช่างเล็ก ช่างแกะหนังตะลุงซึ่งเป็นช่างแกะหนังรุ่นที่สี่ในครอบครัวหนังตะลุงและนายหนังโผนฟ้า ดาราทอง ร่วมกันบุกเบิกหอศิลป์หนังตะลุง เพื่อให้เด็กและเยาวชนในจังหวัดพัทลุงได้มีโอกาสเรียนรู้เรื่องราวของหนังตะลุง รวมถึงมีโอกาสทดลองแกะและเชิดหนังตะลุง 

dsc 1194

 

      นับจากปี 2547 จนถึงปัจจุบัน ก็เป็นเวลาเกือบ 20 ปีแล้ว ที่ศูนย์การเรียนรู้ หอศิลป์หนังตะลุงเปิดประตูต้อนรับผู้สนใจในศาสตร์และศิลป์ของหนังตะลุงให้เข้ามาเรียนรู้ด้วยความหวังที่จะส่งต่อองค์ความรู้ของตัวเองไปสู่คนรุ่นหลังให้มากที่สุด เรื่องราวของช่างเล็กและนายหนังโผนฟ้า ดาราทองถือเป็นหนึ่งตัวอย่างของสามัญชนตัวเล็กๆ ที่ลุกขึ้นมาทำงานอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นด้วยทุนรอนของตัวเองซึ่งเชื่อว่าหากมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ความสนับสนุนอย่างเป็นระบบหอศิลป์แห่งนี้ก็จะมีความเข้มแข็งและสามารถทำงานต่อเนื่องได้ในระยะยาว

 

เดินทัวร์หอศิลป์หนังตะลุง แหล่งเรียนรู้บ้านๆ ที่รุ่มรวยด้วยเรื่องราว
dsc 1065

      ศูนย์การเรียนรู้ หอศิลป์หนังตะลุง ตั้งอยู่บนถนนเพชรเกษมตรงข้ามกับศาลหลักเมือง ห่างจากศาลากลางจังหวัดพัทลุงประมาณ 4 กิโลเมตร  #พิกัดเส้นทาง พื้นที่จัดแสดงแรกที่ผู้ชมจะได้พบเห็นเมื่อเข้ามาถึงถือโรงแสดงหนังตะลุงซึ่งเป็นเพิงมุงหลังคาเปิดโล่งขนาดใหญ่ ภายในมีจอหนังขนาดใหญ่ขึงไว้พร้อมเครื่องเสียง ขณะที่ด้านข้างอาคารทั้งสองด้านมีนิทรรศการถาวรเป็นป้ายไวนิลจัดแสดงไว้ ผนังด้านซ้ายมือ (หันหน้าเข้าจอ) จัดแสดงเรื่องราวและรูปภาพของตัวหนังตะลุงพร้อมประวัติย่นย่อ ขณะที่นิทรรศการด้านขวามือบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของศิลปะการเล่าเงาซึ่งเป็นวัฒนธรรมร่วมในหลายๆ พื้นที่ของทวีปเอเชีย รวมถึงความเป็นมาของหนังตะลุงในพื้นที่ภาคใต้ สำหรับโรงหนังตะลุงนี้จะเปิดใช้งานเต็มรูปแบบเฉพาะเวลามีกิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมเป็นหมู่คณะจำนวนมากเท่านั้น แต่ผู้เข้าชมสามารถเดินเข้ามาชมนิทรรศการที่อยู่ในโรงฉายหนังได้ตลอด  

       เมื่อเดินออกจากโรงฉายหนัง หากผู้เยี่ยมชมมองไปที่ฝั่งตรงข้ามก็จะพบกับเรือนไม้ยกสูงหลังหนึ่ง เรือนไม้นี้คือเรือนบูรพาจารย์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงครูหนังตะลุงในอดีตที่ได้สร้างคุณูปการแและวางรากฐานให้กับหนังตะลุงในจังหวัดพัทลุง บนศาลานอกจากจะมีแท่นบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วยังมีภาพเขียนของบุคคลที่มีความสำคัญต่อแวดวงหนังตะลุงของจังหวัดพัทลุงสองท่านด้วย ภาพเขียนฝั่งซ้ายมือเป็นรูปชายชราสวมแว่นไม่สวมเสื้อคือภาพวาดของช่างลาพ สอนวงศ์ ช่างทำหนังตะลุงซึ่งเป็นพ่อของช่างเล็ก โดยช่างลาพนับเป็นช่างแกะหนังรุ่นที่สามในตระกูล ส่วนภาพเขียนด้านขวามือที่เป็นภาพชายไว้หนวดสวมเสื้อสีขาว คือภาพวาดของ "หนังพร้อมน้อย ตะลุงสากล" ครูของนายหนังหลายๆ คนในจังหวัดพัทลุง ผู้เยี่ยมชมที่ขึ้นไปบนเรือนบูรพาจารย์สามารถหยอดเงินเพื่อสนับสนุนการทำงานของทางหอศิลป์ฯบนไหรับเงินบริจาคที่อยู่บนศาลาได้

teacher

      ถัดจากศาลาบูรพาจารย์ผู้เข้าชมจะพบบอร์ดจัดแสดงตัวหนังตะลุงที่ตั้งเรียงรายเป็นแนวยาว ตัวหนังตะลุงเหล่านี้เป็นตัวหนังตะลุงเก่าที่ช่างเล็กรวบรวมมาจากหลายๆ แหล่ง ทั้งตัวหนังตะลุงที่แกะสลักโดยช่างในภาคใต้  เช่น ช่างของพัทลุง นครศรีธรรมราช สงขลา และช่างจากพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากตัวหนังตะลุงที่ทำโดยช่างทำหนังในพื้นที่ภาคใต้ ช่างเล็กยังรวบรวมตัวหนังตะลุงจากพื้นที่อื่น เช่น ราชบุรีมาจัดแสดงไว้บนบอร์ดนี้ด้วย 

รูปหนังตะลุง

        ถัดจากส่วนจัดแสดงตัวอย่างหนังตะลุงจะเป็นศาลาสาธิตที่ผู้เยี่ยมชมสามารถทดลองทำหนังตะลุงและทดลองเชิดหนังตะลุงได้ จุดนี้ยังมีนายหนังโผนฟ้า ดาราทอง นายหนังประจำหอศิลป์ฯ แห่งนี้คอยต้อนรับและทดลองเชิดหนังตะลุงให้ผู้เยี่ยมชมได้ดูด้วย และไม่ว่าผู้เยี่ยมชมจะมาคณะเล็กหรือคณะใหญ่แค่ไหนทั้งช่างเล็กและนายหนังต่างพร้อมอธิบายและสาธิตการแสดงหนังให้ดูแบบจัดเต็ม หนึ่งในไฮไลท์ของพื้นที่จัดแสดงส่วนนี้นอกจากจะอยู่ที่การสาธิตฉายหนังตะลุงแล้ว ยังเป็นพื้นที่นักเรียนหรือผู้เยี่ยมชมใช้ในการทดลองแกะตัวหนังตะลุงด้วย ผลงานของนักเรียนบางส่วนยังถูกนำมาวางจำหน่ายเป็นของที่ระลึกเพื่อระดมทุนการทำงานของทางหอศิลป์ฯ ด้วย

ทดลองเชิดหนัง
 
      แม้ดูจากรูปลักษณ์ภายนอก หอศิลป์หนังตะลุงแห่งนี้จะไม่ได้ดูหรูหรา ไม่มีตึกอาคารปลูกสร้างถาวร ไม่มีห้องติดแอร์ แต่สถานที่แห่งนี้ก็รุ่มรวยด้วยเรื่องราวและคุณค่าทางวัฒนธรรม ช่างเล็กและนายหนังโผนฟ้า ดาราทองคือห้องสมุดมีชีวิตที่พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวและศาสตร์แห่งหนังตะลุงให้ผู้มาเยี่ยมชมอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย โดยช่างเล็กยังได้วาดลายเส้นตัวละครหนังตะลุงบางส่วนพร้อมคำอธิบายติดตามต้นเสาของทั้งที่ศาลาสาธิตและที่ส่วนจัดแสดงตัวหนังตะลุงโบราณ ที่สำคัญหอศิลป์ฯ แห่งนี้ยังรวบรวมตัวหนังตะลุงโบราณหาชมยากจากหลายพื้นที่มาจัดแสดงไว้ในที่เดียวกันด้วย          

ท่านสามารถอ่านบทความฉบับเต็มได้ที่   https://commonmuze.com/node/648  เรื่องและภาพโดย อานนท์ ชวาลาวัณย์

แชร์สถานที่นี้:

แกลเลอรี

15 รูปภาพ

รีวิวจากนักท่องเที่ยว

ไม่มีคะแนน (0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิวสำหรับสถานที่นี้ เป็นคนแรกที่รีวิวสิ!

แผนที่และพิกัด

ไม่ได้ระบุพิกัดสถานที่

สำรวจเพิ่มเติม

สถานที่น่าสนใจอื่นๆ ในเขต โซนพัทลุง

ซัมบาลา แคมป์ : Shambbala Camp
ธรรมชาติ
Author

แอดมินกระดุม

ซัมบาลา แคมป์ : Shambbala Camp

พิกัด นำทาง เบอร์โทร 061 246 9777 Facebook ซัมบาลา แคมป์

อ่านต่อ →
รูปเหมือนอาจารย์หมุน​ ยสโร
temple
Author

แอดมินกระดุม

รูปเหมือนอาจารย์หมุน​ ยสโร

พิกัด นำทาง เบอร์โทร - Facebook พ่อท่านหมุน ท่านเกิดเมื่อ พ.ศ.2439 ณ บ้านม่วง อ.เมือง จ.พัทลุง บรรพชาเป็นสามเณร ที่วัดควนกรวด อ.เมือง จ.พัทลุง โดยมีพระอธิการรอด วัดควนกรวด เป็นพระอุปัชฌาย์ ครั้งอายุครบอุปสมบท จึงเข้ารับการอุปสมบท ที่วัดปรางหมู่ อ.เมือง จ.พัทลุง โดยมี พระอธิการรอด วัดควนกรวด อ.เมือง จ.พัทลุง เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้ฉายาว่า "ยสโร" อุปสมบทแล้วที่จำพรรษาที่ วัดเขาแดงตะวันออก อ.เมือง จ.พัทลุง มาโดยตลอด พ่อท่านหมุน เป็นพระสงฆ์ที่ฝักใฝ่ในเรื่องวิปัสสนากรรมฐาน จึงได้เลือกจำพรรษาที่วัดเขาแดงตะวันออก เนื่องจากเป็นวัดที่อยู่ห่างจากชุมชน มีธรรมชาติอันร่มรื่นและสงบเหมาะต่อการบำเพ็ญภาวนา นอกจากนี้ท่านยังมีความสนใจในเรื่องของวิทยาคมและไสยศาสตร์ จึงได้ไปเรียนวิชากับ พระอาจารย์ทองเฒ่า วัดเขาอ้อ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าสำนักเขาอ้อ และมีกิตติคุณเลื่องลือตั้งแต่ภาคใต้ไปตลอดแหลมมลายู จนได้รับขนานนามว่า "ปรมาอาจารย์แห่งไสยศาสตร์ของภาคใต้" ซึ่งการไปเรียนวิชากับอาจารย์ทองเฒ่าทำให้พ่อท่านหมุนมีความสนิทสนมกับพระอาจารย์นำ ซึ่งเป็นศิษย์สำนักเขาอ้อรุ่นราวคราวเดียวกัน แต่พระอาจารย์นำมีอาวุโสกว่าพ่อท่านหมุนเล็กน้อย แต่มาเมื่อพระอาจารย์นำสึกออกไปเป็นฆราวาส พ่อท่านหมุนก็ยังคงอยู่ในเพศบรรพชิตมาโดยตลอดจนกระทั่งมรณะภาพ พ่อท่านหมุน มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่ประจักษ์มาตั้งแต่ยังหนุ่มๆ เป็นพระเกจิอาจารย์หนึ่งเดียวของภาคใต้ก็ว่าได้ที่ได้รับนิมนต์ร่วมพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลมากที่สุด ท่านร่วมพิธีปลุกเสกมาตั้งแต่ครั้งสมัยสงครามอินโดจีนและสงครามโลกครั้งที่ 2 เคยร่วมพิธีปลุกเสกพระปิดตามหายันต์และพระกลีบบัวมหาว่าน ที่วัดเขาอ้อ เมื่อ พ.ศ.2483 ไปร่วมพิธีปลุกเสกพระปิดตาโสฬสมงคลรุ่นแรก พ.ศ.2482 และพระซุ้มกอ พ.ศ.2485 ของวัดแหลมทราย จ.สงขลา ช่วงระหว่าง พ.ศ.2505-06 ที่วัดต่างๆ ทางภาคใต้พากันสร้างพระเครื่องหลวงพ่อทวดกัน พ่อท่านหมุนก็ไปร่วมพิธีเสกด้วยทั้งนั้น แม้แต่พิธีปลุกเสกวัตถุมงคลของวัดต่างๆ ก็ล้วนแต่อาราธนาพ่อท่านหมุนไปปลุกเสกด้วยเสมอ จังหวัดต่างๆ ทางภาคใต้ทั้งพัทลุง สงขลา สตูล ตรัง และปัตตานี ท่านไปร่วมปลุกเสกมาหมด พ่อท่านหมุน ท่านมีตละมหาอำนาจเหมือนพระอาจารย์ทองเฒ่า เคยตวาดคนจนตลึงงุนงงขวัญเสีย ต้องทำน้ำมนต์รดเรียกขวัญจึงหายเป็นปกติมาแล้ว ครั้งหนึ่ง วัดเขาแดงตะวันออกจัดงานประจำปี มีมหรสพมาเล่นและคนมาเที่ยวในงานมากมาย ได้มีชายหนุ่มกลุ่มหนึ่ง 5-6 คน มาเที่ยวงานแล้วดื่มสุราเมามายเที่ยวเอ็ดตะโรส่งเสียงดังในวัด แม้ว่าชายหนุ่มกลุ่มนั้นจะไม่หาเรื่องทะเลาะหรือทำรายร่างกายผู้อื่น แต่ก็ได้สร้างความรำคาญ พ่อท่านหมุน ท่านนั่งอยู่บนกุฏิมีลูกศิษย์และชาวบ้านนั่งอยู่ด้วยหลายคน ท่านบอกว่า "เดี๋ยวให้พวกมันมาทางนี้ก่อน" สักครู่เมื่อคนกลุ่มนั้นเดินส่งเสียงเอะอะผ่านมาทางหน้ากุฏิ พ่อท่านหมุนก็เยี่ยมหน้าออกไปแล้วพูดขึ้นว่า "พวกมึงมาเที่ยวแล้วเมาทำให้คนอื่นเขารำคาญอยู่กันตรงแหละพอหายเมาแล้วค่อยไป" แม้ว่าระยะจากกุฏิไปยังที่คนเมากลุ่มนั้นยืนอยู่จะมีระยะห่างกันมากพอสมควร แต่เสียงพ่อท่านหมุนก็ดังกึกก้องมีมหาอำนาจได้ยินไปทั่ว คนเมากลุ่มนั้นได้ยินต่างพากันตกตลึง ต่างพากันล้มลงกลิ้งเกลือกบนพื้นดินอยู่ตรงนั้น แม้จะพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นแล้วเดินออกจากที่นั่น แต่ก็เดินออกไปไม่ได้ ภายในรัศมีที่พ่อท่านหมุนกำหนด เลยเดินวนเวียนอยู่ในที่นั้นเหมือนเสือติดจั่น ทั้งเมาและทั้งเหนื่อยเลยพากันนอนหลักอยู่ที่นั้นด้วยกันหมดทุกคน ครั้งพอใกล้จะรุ่งหนังตะลุงเลิกและคนมาเที่ยวงานพากันกลับบ้านหมดแล้ว แต่ขี้เมากลุ่มนี้ก็ยังคงนอนหลับไม่ได้สติอยู่ที่เดิม พอสว่างแดดเริ่มส่องและร้อนขึ้นเรื่อยๆ คนกลุ่มนี้ก็เริ่มฟื้นแต่ก็ยังงัวเงียและยังออกจากที่ตรงนั้นไม่ได้อีก จนพ่อท่านหมุนท่านร้องตะโกนมาจากบนกุฏิว่า "ถ้าหายเมาแล้วก็กลับๆ ไปเสีย ทีหลังก็อย่าทำความรำคาญในวัดอีก" นั่นแหละคนกลุ่มนั้นจึงพากันเดินออกจากบริเวณนั้นได้ แล้วก็พากันเข็ดขี้แตกขี้แตนกับพ่อท่านหมุนไปอีกนาน ถึงขนาดว่าไม่กล้าเข้ามาภายในวัดอีกเลย พ่อท่านหมุน มีคุณวิเศษอย่างหนึ่งคล้ายๆ หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง จ.ภูเก็ต คือ จะมีคนเอาแผ่นทองมาปิดตามร่างกายท่านทั้งๆ ที่ยังมีชิวิตอยู่ เนื่องจากชาวบ้านบนบานขอให้ท่านช่วย พอสำเร็จสมปรารถนาจึงพากันมาปิดทองเป็นการแก้บน ตอนพ่อท่านหมุนทานมีชีวิตอยู่ หากใครไปกราบนมัสการก็จะเห็นว่าบางครั้งตามร่างกายของท่านมีแผ่นทองปิดอยู่เหลืองอร่ามเต็มไปหมด พ่อท่านหมุน สร้างวัตถุมงคลมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งแรกๆ ท่านสร้างเครื่องรางจำพวก ตะกรุด ผ้ายันต์ แหวนพิรอด ฯลฯ หลังจากนั้นก็มาสร้างพระปิดตา พระลีลา เป็นต้น ส่วนเหรียญและรูปเหมือนมาสร้างเอาเมื่อขึ้น พ.ศ.2500 มาแล้ว การสร้างพระเครื่องของท่าน การสร้างวัตถุมงคล หลวงพ่อหมุน เป็นเกจิอาจารย์ชื่อดังของจังหวัดพัทลุง ได้เริ่มสร้างวัตถุมงคลไว้ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2484-2525 วัตถุมงคลจึงมีมากมาย ดังนี้ 1 พระลีลาเกราะเพชร เนื้อโลหะผสมเงินยวง 2 พระปิดตาม เนื้อโลหะผสม 3 เหรียญปาฏิหารย์ (เหรียญพระเจ้าห้าองค์ พ.ศ.2513 และ 2525) 4 เหรียญรูปเหมือน เนื้อทองแดง พ.ศ.2516 5 รูปเหมือนลอยองค์ ปั๊มเนื้อทองเหลือง พ.ศ.2516 6 รูปเหมือนลอยองค์ เนื้อว่าน พ.ศ.2516 7 รูปเหมือนนูนองค์ เนื้อว่าน พ.ศ.2516 8 พระประจำวันทั้ง 7 วัน เนื้อว่าน สร้าง พฤศจิกายน 2484 9 พระสังกัจจายน์ เนื้อว่าน พ.ศ.2516 10 พระรูปเหมือนขนาดบูชา เนื้อโลหะ เนื้อปูนผสมว่าน 11 แหวนพิรอด เนื้อโลหะ

อ่านต่อ →
อุทยานนกน้ำทะเลน้อย
ธรรมชาติ
Author

แอดมินกระดุม

อุทยานนกน้ำทะเลน้อย

นำทาง เป็นทะเลสาบน้ำจืดมีเนื้อที่ผืนน้ำ ประมาณ 17,500 ไร่ มีความกว้างประมาณ 5 กิโลเมตร ยาวประมาณ 6 กิโลเมตร ตั้งอยู่ตำบลนางตุง และตำบลทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง เชื่อมต่อกับทะเลสาบสงขลาโดยคลองนางเรียมที่มีความยาว 2 กิโลเมตร ทางฝั่งตะวันตกของทะเลสาบเป็นที่ตั้งบ้านเรือนของชุมชนราว 2,000 ครัวเรือน ทางฝั่งตะวันออก ฝั่งเหนือ ฝั่งใต้ เป็นป่าพรุและพงหญ้า ล่องเรือชมทะเลบัวชมวิวทัศนียภาพ จุดเด่นของการท่องเที่ยวทะเลน้อย คือ ล่องเรือชม “ทะเลบัวแดง” หรือ “ทะเลบัวสาย” พันธุ์บัวที่มีขึ้นอยู่มากที่สุด โดยในช่วงเช้าเหล่า บัวสายจะพาออกดอกสีแดงสดบานสะพรั่งเต็มท้องน้ำในบริเวณที่มีบัวชนิดนี้ขึ้นอยู่ ถือเป็นอีกหนึ่งสีสันความงามคู่ทะเลน้อยที่อยู่คู่กัน มาแต่ช้าแต่นาน แต่ดอกบัวจะบานเฉพาะช่วงเช้าเท่านั้น พอเข้าช่วงสายจะหุบแล้ว ดอกบัวจะเริ่มบานตั้งแต่กลางเดือน ก.พ – เม.ย. นอกจากนี้ระหว่างนั่งเรือชมดอกบัว ยังสามารถชมพืชพันธุ์น่าสนใจ อื่นๆ อาทิ ผักตบชวา จอก แหน สาหร่ายต่างๆ กระจูด กง ย่านลิเภา กก และเสม็ดที่ยืนต้นตระหง่านอยู่ในพื้นที่ป่าบก เป็นต้น ชมนกหลากสายพันธุ์ อีกหนึ่ไฮไลต์คือ ชมนกหลากสายพันธ์ ซึ่ง ส่วนนกที่ทะเลน้อยจะมีให้ชมกว่า 287 นกน้ำมีทั้งนกที่ประจำถิ่นและนกอพยพมาจากที่อื่น ตามฤดูกาล เช่น นกกาบบัว นกกุลา นกอีโก้ นกระยาง นกกระสานวล นกกระสาแดง นกกาเล็กน้ำ นกแขวก นกเป็ดน้ำ นกกระทุง นกนางนวล นกกระเด็น นกกระสาแดง ฯลฯ ซึ่งนกจะชุกชุมมากที่สุดในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน มีจำนวนเป็นแสน ๆ ตัวทีเดียว ดูควายน้ำ นอกจากล่องเรือชมนก บึงบัว ทะเลน้อยยังมีไฮไลต์อันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ขึ้นชื่อลือชาอีกอย่างหนึ่ง นั่นก็คือ “ควายน้ำ”ควายน้ำ อันที่จริงก็เป็นควายบ้าน ของชาวบ้าน หากแต่ควายน้ำเป็นควายเลี้ยงในพื้นที่ ที่เจ้าควายพวกนี้มันสามารถปรับตัวไปตามแหล่งอาหาร ของมัน คือเมื่อน้ำในทะเลสาบทะเลน้อยลดต่ำไปจนถึงแห้งขอดในบางช่วง จนมีสันดอนพื้นดินโผล่ มีทุ่งหญ้าขึ้นควา็ยจะ ขึ้นมาและ เล็มหญ้ากินบนบก แต่เมื่อยามหน้าน้ำ ทะเลน้อยมีปริมาณน้ำสูง ท่วมทุ่งหญ้า ท่วมแหล่งหากินของควาย เจ้าควายพวกนี้มันก็จะปรับตัว เปลี่ยนมากินพืชน้ำอย่างสายบัว ใบบัว หรือสาหร่ายแทน โดยมันจะพร้อมใจกันลงไปหากินภายในน้ำทำให้คนเรียกมันว่า "ควายน้ำ" การล่องเรือชมควายน้ำนั้น ขึ้นอยู่กับช่วงจังหวะ โดยในช่วงน้ำหลากประมาณเดือน ธ.ค.-ก.พ. จะสามารถพบเห็นควายออกหากินในน้ำ หรือควายว่ายน้ำได้เป็นจำนวนมากกว่าช่วงน้ำน้อย เดินเล่นรอบสะพานไม้ของที่ทำการเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย เดินเล่น พักผ่อนชมวิว ชมบึงบัวที่ศาลากลางน้ำ ศาลากลางน้ำเป็นจูดที่น่าสนใจด้วยบรรยากาศที่แวดล้อมไปด้วย

อ่านต่อ →