รายละเอียด
แวะไหว้ ศาลหลักเมืองพัทลุง เสริมสิริมงคล ขอพรใจกลางเมือง อนุสรเเห่งแรงศรัทธาอันแรงกล้าของชาวจังหวัดพัทลุง และประชาชนทั่วไป
ศาลหลักเมืองพัทลุง ซึ่งเกิดขึ้นด้วยแรงศรัทธาอันแรงกล้าของชาวจังหวัดพัทลุง และประชาชนทั่วไป ที่ร่วมกันบริจาคทรัพย์สมทบทุนการก่อสร้างจำนวน กว่า ๑๒ ล้านบาท มอบหมายให้ รศ.ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี ศิลปินแห่งชาติสาขาสถาปัตยกรรม เป็นผู้ออกแบบการก่อสร้างมีการลงนามในสัญญาและเริ่มการก่อสร้างมาตั้งแต่วันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๓ และ ณ บริเวณวัดควนปรง หมู่ที่ ๒ ตำบลท่ามิหรำ อำเภอเมืองพัทลุง ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จจนถึงปัจจุบัน ตามพงศาวดารได้มีการกล่าวถึงความเป็นมาของการสร้างเสาหลักเมืองของชนชาติไทย ปรากฏมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี มาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ การสร้างหลักเมืองตามประเพณีโบราณ นิยมสร้างหลักเมืองไว้เป็นมิ่งขวัญ เป็นนิมตมงคล สำหรับให้รู้ว่าหลักบ้าน หลักเมืองอยู่ที่ไหน ประชาชนบ้านเมืองนั้นย่อมร่มเย็นเป็นสุข เพราะมีเทพรักษาเมือง ได้แก่ พระทรงเมือง พระเสื้อเมือง เทวดา และเทพารักษ์ ทั้งหลาย หลักเมืองต้องฝังไว้ในย่านกลางเมืองหรือให้ทำเลที่ชัยภูมิตามทิศทางของเมืองและในสมัยโบราณ เมืองเอกหรือเมืองชั้นราชธานีจะต้องมีหลักเมืองไว้เป็นนิมิตมงคลสำหรับเมืองทุกเมือง เมืองพัทลุงเป็นเมืองโบราณที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน แม้จะเคยมีหลักเมืองเป็นศูนย์กลางของเมืองมาก่อน แต่เนื่องจากมีการย้ายที่ตั้งหลายครั้ง ทำให้หลักฐานเกี่ยวกับหลักเมืองไม่ชัดเจน แม้จะมีร่องรอยอยู่บ้าง เช่นโคกบางแก้ว เมืองเก่าชัยบุรี และเมืองเก่าบ้านลำปำ ซึ่งชำรุดผุพังไปตามกาล หลังจากย้ายเมืองพัทลุงไปตั้งที่อื่นในแต่ละครั้ง และครั้งสุดท้ายย้ายมาอยู่ที่ตำบลคูหาสวรรค์ เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๖ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งเมืองพัทลุงในปัจจุบัน ก็ยังไม่มีการสร้างศาลหลักเมืองแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๘ – ๒๕๓๙ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงในขณะนั้น คือนายประสิทธิ์ พรรณพิสุทธิ์ และหัวหน้าส่วนราชการ มาถึง ปี ๒๕๕๓ นายวินัย ครุวรรณพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ในฐานะลูกหลานชาวพัทลุงและผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ได้ดำเนินการจัดสร้างศาลหลักเมืองพัทลุงขึ้นอีกครั้ง จึงได้ประชุมคณะทำงานจัดหาสถานที่ มีมติเป็นเอกฉันท์เลือกสถานที่บริเวณวัดควนปรง หมู่ที่ ๒ ตำบลท่ามิหรำ อำเภอเมืองพัทลุง เป็นสถานที่ที่มีทำเลเหมาะสม อยู่บริเวณเนินสูง สวยงาม เส้นทางคมนาคมสะดวก และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในอดีต
แกลเลอรี
7 รูปภาพรีวิวจากนักท่องเที่ยว
ให้คะแนนและเขียนรีวิว
ยังไม่มีรีวิวสำหรับสถานที่นี้ เป็นคนแรกที่รีวิวสิ!
แผนที่และพิกัด
ไม่ได้ระบุพิกัดสถานที่
สำรวจเพิ่มเติม
สถานที่น่าสนใจอื่นๆ ในเขต โซนพัทลุง
แอดมินกระดุม
เลเหวน "ล่องเรือ ชมบัว"
พิกัด นำทาง เบอร์โทร 0954390534 Facebook ปากพะยูน Website -ไม่มี- พอพูดถึงเรื่องดูบัว หลายคนนึกถึงทะเลน้อยพัทลุง แต่วันนี้เราจะพาทุกท่านไปดูบัว ที่บ้านท่าเตียน อ.ปากพะยูน ห่างจากตัวเมืองพัทลุงประมาณ 63 กิโลเมตร ล่องเรือแลบัวนา ชมธรรมชาติในทะเลบัวกว้าง ที่เลเหวน เลสามน้ำแห่งสรรพชีวิตในเวิ้งน้ำกว้าง ตั้งแต่เช้าตรู่ ดูนกตื่นนอน ชมทะเลบัวนา สีขาวสวย เบ่นบานรับแสงตะวันยามเช้า สูดโอโซนสดชื่น ชมต้นไม้สะท้อนน้ำ จากนั้น ไปไหว้พระ ที่ วัดรัตนารามหรือวัดบ่อหมาแป๊ะสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ไปกราบไหว้ ขอพร พระนอน แต่ถ้าไปในช่วงวันอาสาฬบูชา จะได้ร่วมห่มผ้าพระนอนด้วยนะครับ แวะพักที่ มานิตา รีสอร์ท ห้องพักสบาย พายเรือ ชมพระอาทิตย์ตก บรรยากาศสุดโรแมนติก ใกล้ชิดธรรมชาติ มีกิจกรรมให้ทำที่หลากหลาย 095-439-0534 เครดิตภาพและบทความ ปากพะยูน
แอดมินกระดุม
สวนน้ำโหล๊ะหาร
“สวนน้ำโหล๊ะหารประชารัฐ” จังหวัดพัทลุง คนละ 10 บาท ความมันส์ตรงที่สไลเดอร์ยาวและโค้งเป็นงูเลยละ สามารถปรับแต่งท่าทางการดริฟได้ไม่จำกัด ลำธารไหนจากน้ำตก นำทาง สวนน้ำโหล๊ะหารประชารัฐ ตั้งอยู่ที่ ตำบล ทุ่งนารี อำเภอ ป่าบอน พัทลุง 93170 สามารถมาเช็คอินฟินช่วงวันหยุดกันได้แล้ว เป็นสวนน้ำที่ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ร้มรื่นเเละมีลำธารที่ไหลมาจากน้ำตกหรือจะเล่นตรงนี้ตกเลยก็ดี มีสไลเดอร์สำหรับเด็กด้วยอีกสระนึง ห่วงยางชูชีพก็มีให้เช่า อาหารการกินก็มีครบ มาแล้วไม่อด ทางมาให้กดพิกัดเพื่อมาถึงโรงเรียนบ้านโหล๊ะหาร ข้างโรงเรียนมีซอยเลี้ยวซ้ายเข้าไป 1.5กม. มีป้ายบอกตลอดทาง ค่าเข้าไปเที่ยวเล่นน้ำ คนละ 10บ. เล่นน้ำเสร็จ ขับรถต่อไปเที่ยวอ่างเก็บน้ำคลองป่าบอนด้วยนะ
แอดมินกระดุม
อุทยานนกน้ำทะเลน้อย
นำทาง เป็นทะเลสาบน้ำจืดมีเนื้อที่ผืนน้ำ ประมาณ 17,500 ไร่ มีความกว้างประมาณ 5 กิโลเมตร ยาวประมาณ 6 กิโลเมตร ตั้งอยู่ตำบลนางตุง และตำบลทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง เชื่อมต่อกับทะเลสาบสงขลาโดยคลองนางเรียมที่มีความยาว 2 กิโลเมตร ทางฝั่งตะวันตกของทะเลสาบเป็นที่ตั้งบ้านเรือนของชุมชนราว 2,000 ครัวเรือน ทางฝั่งตะวันออก ฝั่งเหนือ ฝั่งใต้ เป็นป่าพรุและพงหญ้า ล่องเรือชมทะเลบัวชมวิวทัศนียภาพ จุดเด่นของการท่องเที่ยวทะเลน้อย คือ ล่องเรือชม “ทะเลบัวแดง” หรือ “ทะเลบัวสาย” พันธุ์บัวที่มีขึ้นอยู่มากที่สุด โดยในช่วงเช้าเหล่า บัวสายจะพาออกดอกสีแดงสดบานสะพรั่งเต็มท้องน้ำในบริเวณที่มีบัวชนิดนี้ขึ้นอยู่ ถือเป็นอีกหนึ่งสีสันความงามคู่ทะเลน้อยที่อยู่คู่กัน มาแต่ช้าแต่นาน แต่ดอกบัวจะบานเฉพาะช่วงเช้าเท่านั้น พอเข้าช่วงสายจะหุบแล้ว ดอกบัวจะเริ่มบานตั้งแต่กลางเดือน ก.พ – เม.ย. นอกจากนี้ระหว่างนั่งเรือชมดอกบัว ยังสามารถชมพืชพันธุ์น่าสนใจ อื่นๆ อาทิ ผักตบชวา จอก แหน สาหร่ายต่างๆ กระจูด กง ย่านลิเภา กก และเสม็ดที่ยืนต้นตระหง่านอยู่ในพื้นที่ป่าบก เป็นต้น ชมนกหลากสายพันธุ์ อีกหนึ่ไฮไลต์คือ ชมนกหลากสายพันธ์ ซึ่ง ส่วนนกที่ทะเลน้อยจะมีให้ชมกว่า 287 นกน้ำมีทั้งนกที่ประจำถิ่นและนกอพยพมาจากที่อื่น ตามฤดูกาล เช่น นกกาบบัว นกกุลา นกอีโก้ นกระยาง นกกระสานวล นกกระสาแดง นกกาเล็กน้ำ นกแขวก นกเป็ดน้ำ นกกระทุง นกนางนวล นกกระเด็น นกกระสาแดง ฯลฯ ซึ่งนกจะชุกชุมมากที่สุดในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน มีจำนวนเป็นแสน ๆ ตัวทีเดียว ดูควายน้ำ นอกจากล่องเรือชมนก บึงบัว ทะเลน้อยยังมีไฮไลต์อันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ขึ้นชื่อลือชาอีกอย่างหนึ่ง นั่นก็คือ “ควายน้ำ”ควายน้ำ อันที่จริงก็เป็นควายบ้าน ของชาวบ้าน หากแต่ควายน้ำเป็นควายเลี้ยงในพื้นที่ ที่เจ้าควายพวกนี้มันสามารถปรับตัวไปตามแหล่งอาหาร ของมัน คือเมื่อน้ำในทะเลสาบทะเลน้อยลดต่ำไปจนถึงแห้งขอดในบางช่วง จนมีสันดอนพื้นดินโผล่ มีทุ่งหญ้าขึ้นควา็ยจะ ขึ้นมาและ เล็มหญ้ากินบนบก แต่เมื่อยามหน้าน้ำ ทะเลน้อยมีปริมาณน้ำสูง ท่วมทุ่งหญ้า ท่วมแหล่งหากินของควาย เจ้าควายพวกนี้มันก็จะปรับตัว เปลี่ยนมากินพืชน้ำอย่างสายบัว ใบบัว หรือสาหร่ายแทน โดยมันจะพร้อมใจกันลงไปหากินภายในน้ำทำให้คนเรียกมันว่า "ควายน้ำ" การล่องเรือชมควายน้ำนั้น ขึ้นอยู่กับช่วงจังหวะ โดยในช่วงน้ำหลากประมาณเดือน ธ.ค.-ก.พ. จะสามารถพบเห็นควายออกหากินในน้ำ หรือควายว่ายน้ำได้เป็นจำนวนมากกว่าช่วงน้ำน้อย เดินเล่นรอบสะพานไม้ของที่ทำการเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย เดินเล่น พักผ่อนชมวิว ชมบึงบัวที่ศาลากลางน้ำ ศาลากลางน้ำเป็นจูดที่น่าสนใจด้วยบรรยากาศที่แวดล้อมไปด้วย