รายละเอียด
เขานางชี : จิตรกรรมศิลปะพม่าสมัยอังวะบนแผ่นดินพัทลุงสมัยอยุธยา
ข้อมูลอ้างอิง สำนักศิลปากรที่ 11 สงขลา
แกลเลอรี
14 รูปภาพรีวิวจากนักท่องเที่ยว
ให้คะแนนและเขียนรีวิว
ยังไม่มีรีวิวสำหรับสถานที่นี้ เป็นคนแรกที่รีวิวสิ!
สถานที่ใกล้เคียง
สถานที่น่าสนใจในบริเวณใกล้เคียง
แอดมินกระดุม
วนอุทยานเมืองเก่าชัยบุรี
เมืองชัยบุรี มีมาตั้งแต่ในสมัยอยุธยา เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่น่าศึกษาอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดพัทลุงตามหลักฐานที่ได้บันทึกเก็บไว้มาตั้งแต่อดีต โดยวนอุทยานเมืองเก่าชัยบุรี เกิดจากการรวมตัวของราษฎรบ้านคอกวัว หมู่ที่ 1 ตำบลชัยบุรี อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง มอบที่ดินทำกินให้เป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์และจัดทำโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ มาประกาศจัดตั้งกำหนดให้เป็นวนอุทยาน โดยได้รับความเห็นชอบจากกรมป่าไม้ มีพื้นที่ทั้งหมด 1,875 ไร่ จัดตั้งเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2544 ครอบคลุมพื้นที่ป่าเขาชัยบุรี และเขาพลู ซึ่งเป็นป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ต่อมาในวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 ได้มีประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำหนดบริเวณพื้นที่ในท้องที่ตำบลพนมวังก์ อำเภอควนขนุน ตำบลชัยบุรี อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง ให้เป็นวนอุทยานเนื้อที่ 1,707 ไร่ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 137 ตอนพิเศษ 301 ง วันที่ 24 ธันวาคม 2563 ปืนใหญ่เหล็กของฮอลันดา (Finbanker of Dutch Pattern) อ้างอิง จาก สำนักงานศิลปากรที่ 11 สงขลา พบที่เมืองพัทลุงที่เขาชัยบุรี จังหวัดพัทลุง ปืนใหญ่เหล็กของฮอลันดา (Finbanker of Dutch Pattern) กิจการอุตสาหกรรมหล่อปืนในสวีเดนที่มีชื่อมากตั้งอยู่ที่เมือง Finspang มณฑล Ostergotland ลงทุนโดยนักค้าแร่ชาวฮอลันดาชื่อนายหลุยส์ เดอ เกียร์ ที่มองเห็นผลกำไรจากการค้าปืนใหญ่กับบริษัท V.O.C. ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๒๑ โรงหล่อปืนแห่งเมืองนี้ดำเนินงานโดยชาวสวีเดนชื่อนายวัลลูน และนายวิลเลียม เดอ เบซ ปืนใหญ่ที่หล่อขึ้นที่ Finspang ถูกนำเข้าประเทศฮอลันดาโดยนายหน้าค้าอาวุธสองคนที่เมือง Amsterdam ชื่อนายอีลาส ทริป ซึ่งเป็นพี่เขยของนายหลุยส์ เดอ เกียร์ และนายควินจัน ไบรอัน โดยขายให้กับหอการค้าของบริษัท V.O.C. (Vereenigde Oostindische Compagnie) เมือง Amsterdam ทั้งนี้ปืนเหล็กที่ส่งมาจำหน่ายที่บริษัท V.O.C. มักพบจารึกรูปตัว F ที่เพลาปืนด้านซ้ายและขวา และเมื่อบริษัท V.O.C. เมือง Amsterdam ได้รับปืนแล้วจะมีการทดสอบการยิง เมื่อปืนกระบอกใดผ่านการยิงทดสอบจะมีการจารึกสัญลักษณ์รูปประภาคารหรือที่เรียกว่า Amsterdam light house เพื่อเป็นการรับรองในการผ่านการทดสอบการยิงของปืนแต่ละกระบอก (proof firing) ส่วนน้ำหนักของปืน มักพบจารึกอยู่บนแหวนเสริมความแข็งแรงของปืนท้ายกระบอกในรูปของตัวเลขอารบิคและตัวอักษร A เช่น 2306A หมายถึงปืนกระบอกนี้หนัก 2610 Amsterdam Pound (1 Amsterdam Pound เท่ากับ 0.49409 กิโลกรัม) ปืนกระบอกนี้จึงหนักราว 1,139.371 กิโลกรัม ปืนใหญ่พบที่เมืองพัทลุงที่เขาชัยบุรี สันนิษฐานว่าทางราชการน่าจะเป็นผู้จัดหามาประจำการที่เมืองแห่งนี้ตั้งแต่สมัยอยุธยาและเรียกชื่อปืนเหล่านี้ว่า ปืนบะเรียม ปืนมะเรียม ปืนเปรียม ปืนเบรียม หรือ ปืนบ้าเหลี่ยม ซึ่งมีความหมายอย่างกว้างสำหรับเรียกปืนใหญ่ที่หล่อด้วยเหล็กหรือสำริด ซึ่งนำเข้ามาจากประเทศตามแถบยุโรป เมื่อเมืองพัทลุงที่เขาชัยบุรีร้างไปในช่วงหลังเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๒ ปืนเหล่านี้ก็ถูกทิ้งไว้จนกระทั่งพ.ศ.๒๔๐๓ พระยาพัทลุง (ทับ ณ พัทลุง) มีบัญชาให้รื้ออิฐกำแพงเมืองชัยบุรี และย้ายปืนประจำเมืองมาไว้ที่เมืองพัทลุง ครั้นถึงพ.ศ.๒๔๗๗ นายถัด พรหมมานพ ครูใหญ่โรงเรียนพัทลุงในขณะนั้น ให้นักเรียนลูกเสือลากปืนใหญ่ทั้งสองกระบอกนี้มาไว้ที่โรงเรียนพัทลุง และคงตั้งอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้มาจนถึงปัจจุบัน ปืนใหญ่กระบอกที่ ๑ ขนาด ยาว ๒๕๘ เซนติเมตร ที่เก็บรักษา หน้าเสาธงโรงเรียนพัทลุง (ฝั่งตะวันตก) อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง ปืนใหญ่กระบอกที่ ๒ ขนาด ยาว ๒๕๘ เซนติเมตร ตราประทับ Amsterdam light house น้ำหนักปืน 2306 Amsterdam Pound ที่เก็บรักษา หน้าเสาธงโรงเรียนพัทลุง (ฝั่งตะวันออก) อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง กำแพงเมืองพัทลุง เขาชัยบุรี
แอดมินกระดุม
ถ้ำน้ำลอดเขาแดง (วัดเขาแดงตะวันออก)
พิกัด นำทาง เบอร์โทร Facebook ถ้ำน้ำลอดเขาแดง เป็นถ้ำหินปูนที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำใต้ดินและน้ำฝน จนทำให้เกิดเป็นโพรงถ้ำ มีดินตะกอนทับถมและน้ำขังพื้นล่าง ในสมัยก่อนชาวบ้านได้ลอดเข้าไปหามูลค้างคาวเพื่อใช้เป็นปุ๋ยในการทำนา และหาปลาภายในถ้ำ นอกจากนี้พระครูถาวรชัยคุณ (หลวงพ่อหมุน ยสโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดแดงตะวันออก ยังได้ทำพิธีปลุกเสกพระเครื่องวัตถุมงคลภายในถ้ำใต้ภูเขาแห่งนี้ และได้สร้างพระพุทธรูปปางนาคปรก ซึ่งเป็นพระประจำวันเกิดของท่านไว้หน้าถ้ำอีกด้วย ในช่วงเดือนมิถุนายน 2559 ชาวบ้านเขาแดงและพระภิกษุวัดเขาแดงตะวันออก และวัดเขาแดงตะวันตก ได้ร่วมกันสำรวจภายในถ้ำเพื่อการพัฒนาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและพุทธอุทยาน จึงได้พบว่าสามารถเดินทางเข้าไปในถ้ำใต้ภูเขาจากวัดเขาแดงตะวันออกไปวัดเขาแดงตะวันตกได้ และภายในถ้ำมีลักษณะคล้ายห้องโถงขนาดใหญ่ โล่งกว้าง มีหินงอกหินย้อยและซอกถ้ำเล็กๆ ที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก ก่อนที่จะมีการพัฒนาเป็นเหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในปัจจุบัน โดยมีระยะทางกว่า 400 เมตร ได้มีการขนย้ายดินโคลนออก ก่อนมีการเทคอนกรีตเพื่อเดินชมความงามภายในถ้ำที่มีการตกแต่งไฟสว่างตลอดเส้นทางการเดินชมหินงอกหินย้อย