รายละเอียด
“หนังตะลุง” สไตล์ใครสไตล์มันส์ เเต่ original ต้องที่พัทลุง
ความเป็นมา “หนังตะลุง”เป็นคำเรียกขานการแสดงพื้นบ้านที่นิยมแพร่ หลายทั่วไปในภาคใต้ แสดงโดยการเชิดตัวหนังให้เคลื่อนไหวกิริยาให้เข้ารับบทพากย์ ผูกเรื่องให้สนุกสนาน สะท้อนสังคม การเมือง เดิมการแกะหนังตะลุงเป็นการแกะเพื่อใช้สำหรับการแสดงมหรสพพื้นบ้านโดยเฉพาะ รูปที่แกะส่วนมาก คือตัวที่ใช้ในการแสดงเช่น ตัวฤาษี ตัวพระ ตัวนาง หนูนุ้ย เท่ง ทอง เป็นต้น ต่อมาได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบเพื่อให้เหมาะกับการนำเป็นของขวัญของฝากที่ ใช้สำหรับแขวนผนัง รูปที่ใช้จึงเปลี่ยนไปส่วนใหญ่นิยมใช้รูปในวรรณคดี เช่นพระรามนางสีดา หนุมาน นางฟ้า เทวดี ครุฑ ภาพทิวทัศน์ บุคคลสำคัญ เป็นต้น เชื่อกันว่าหนังตะลุงเกิดขึ้นครั้งแรกที่บ้านควนมะพร้าวอำเภอเมืองฯ จังหวัดพัทลุง โดยมีตาหนูนุ้ย และตาหนักทอง ได้เป็นผู้คิดนำหนังวัวมาแกะเป็นรูปและเชิดเล่าเรื่องราวพูดคุยกันโดยใช้เสา หลักซึ่งใช้ล่ามช้าง ที่เรียกว่า “ตะลุง” เป็นเสาโรงหนัง จึงได้เรียกว่า“หนังตะลุง”มาจนทุกวันนี้ บางตำนานก็เรียกว่าหนังตา หนังลุง เพราะเกิดจากการเล่นหนังของตาหนูนุ้ยตาหนักทองดังกล่าว เอกลักษณ์/จุดเด่นผลิตภัณฑ์ เป็นการบ่งบอกถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานที่มีถิ่นกำหนด ในจังหวัดพัทลุง มีความเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่นภาคใต้ มีความวิจิตรงดงามประณีต ความสัมพันธ์กับชุมชน กลุ่มแกะรูปหนังตะลุงหน้าถ้ำพระไม่เพียงแต่จะเป็นกลุ่มอาชีพที่ผลิตสินค้า ที่มีคุณภาพออกสู่ชุมชนเท่านั้นกลุ่มยังได้ฝึกหัดอาชีพให้กับผู้ที่สนใจ เพื่อนำไปประกอบอาชีพ และได้เป็นวิทยากรให้ความรู้กับประชาชนที่เข้ามาศึกษาดูงานจากสถานที่ต่างๆ ขั้นตอนการผลิต การผลิตรูปหนังตะลุงในขั้นตอนการผลิตดั้งเดิมกับปัจจุบันไม่ต่างกันมากนักจะ มีก็แต่รูปแบบและการเพิ่มสีสันลงไป หรืออาจจะมีการสร้างรูปแบบมาตรฐานไว้และสามารถสำเนาไว้ใช้ได้หลาย ๆ ครั้ง เป็นการประหยัดเวลาในการสร้างแบบ โดยไม่ต้องวาดรูปใหม่การผลิตรูปหนังตะลุงยังไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีสมัย ใหม่เข้ามา เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้ความประณีตจากช่างฝีมือที่ชำนาญการ เทคนิค/เคล็ดลับในการผลิต กำหนดชิ้นงานที่จะผลิตว่าต้องการจะทำอะไร ก็หาหนังที่เหมาะสมกับชั้นงานนั้นๆ ก็จะได้ผลิตภัณฑ์ที่มีความงดงาม และที่สำคัญคือต้องอาศัยความอดทน และความประณีต
แกลเลอรี
7 รูปภาพรีวิวจากนักท่องเที่ยว
ให้คะแนนและเขียนรีวิว
ยังไม่มีรีวิวสำหรับสถานที่นี้ เป็นคนแรกที่รีวิวสิ!
แผนที่และพิกัด
ไม่ได้ระบุพิกัดสถานที่
สำรวจเพิ่มเติม
สถานที่น่าสนใจอื่นๆ ในเขต โซนพัทลุง
แอดมินกระดุม
สะพานประวัติศาสตร์ "Memorial Bridge"
พิกัดสถานที่ ข้อมูลอ้างอิง สำนักศิลปากรที่ 11 สงขลา ตั้งอยู่ริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔ (ถนนเพชรเกษม)ในพื้นที่ระหว่างหมู่ที่ ๑ บ้านนาวงก์ และหมู่ที่ ๑๑ บ้านน้ำใต้บ่อ ตำบลบ้านนา อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง สะพานคอนกรีตข้ามลำธารเขาเทวดา เมื่อแรกสร้างเป็นสะพานบนทางหลวงซึ่งตัดข้ามทิวเขาบรรทัดเชื่อมต่อระหว่างเมืองพัทลุงและเมืองตรัง ชุดภาพถ่ายของนาย Kurt Beyer วิศวกรโครงสร้างชาวเยอรมัน จาก Deutschefotothek ซึ่งเป็นห้องสมุดรูปภาพในเมืองเดรสเดน รัฐแซกซอน ประเทศเยอรมนี ปรากฎภาพการก่อสร้างสะพานแห่งนี้โดยมีคำบรรยายภาพว่า “Brücke bei Kan Derada, 1912-1913” ทั้งนี้ ค.ศ.1912-1913 นั้นตรงกับพ.ศ.๒๔๕๕-๒๔๕๖ ซึ่งน่าจะเป็นช่วงเวลาที่สะพานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้น
แอดมินกระดุม
ติดต่อเรา
[data-gutter="2%"][data-nb="2"]:not(.ckadvancedlayout) [data-width="50"] {width:49%;}[data-gutter="2%"][data-nb="2"].ckadvancedlayout [data-width="50"] {width:50%;}[data-gutter="2%"][data-nb="2"]:not(.ckadvancedlayout) [data-width="50"] {width:49%;}[data-gutter="2%"][data-nb="2"].ckadvancedlayout [data-width="50"] {width:50%;} #block_ID1673441557414 { } #block_ID1673441557414 a.pbck-link-wrap { } #block_ID1673441557414 a.pbck-link-wrap:hover,#block_ID1673441557414 .ckfakehover:hover > a.pbck-link-wrap { } #block_ID1673441557414 > .inner { padding: 20px; } #block_ID1673441557414 { } #ID1673441588654 { }#ID1673441588654:hover { } สำนักงานจังหวัดพัทลุง สถานที่ติดต่อ : ศาลากลางจังหวัดพัทลุง ถนนราเมศวร์ อ.เมืองพัทลุง จ.พัทลุง 93000 ช่องทางการติดต่อ : มือถือ : 074-613-409 Line ID : @258olwnc #ID1673441561893 { }#ID1673441561893:hover { } Module177dj-easycontact mod_dj_easy_contact
แอดมินกระดุม
พระพุทธรัตนากร(พระนอน)
นำทาง พระพุทธรัตนากร(พระนอน)เป็นพระปราไสยาทประดิษฐานอยู่บนเนินควนภายใน วัดรัตนาราม (วัดบ่อหมาแป๊ะ) ตาบลปากพะยูน อาเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง ในเขตเทศบาลตาบลปากพะยูน สร้างเมื่อ วันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๑๔ ยาว ๒๒ ม. กว้าง ๕ ม. สูง ๓ .๗๐ ม. โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช ทรงถวายพระนามให้ ควนพระนอนที่ประชาชนชาวปากพะยูนเรียกจนเคยชิน เป็นเนินสูงสามารถ มองเห็นทะเลสาบสงขลาได้ถึงสามด้าน คือ ด้านทิศตะวันออกมองเห็นทะเลหลวง ส่วนทางด้านทิศตะวันตกจะ เห็นทั้งทะเลหลวง และอ่าวบางเตง สภาพธรรมชาติสวยงามเป็นป่าละเมาะหนาแน่น มีพันธุ์ไม้นานาชนิด ที่ ผ่านมาพระพุทธรัตนารากร และควนพระนอนขาดการดูแลสภาพเสื่อมโทรม และเป็นแหล่งมั่วสุ่มของวัยรุ่น ในทางไม่ดี จนกระทั่งพระศิริ ปิยะธัมโม ซึ่งมีภูมิลาเนาอยู่ที่ปากพะยูนและจาพรรษาอยู่ในกระโจมทอง นนทบุรี ได้มาบูรณะองค์พระโดยได้เริ่มปรับปรุงฐานและจะปรับปรุงสภาพพื้นที่โดยรอบของควนพระนอน เมื่อ โครงการแล้วเสร็จก็จะเป็นพื้นที่ "พุทธอุทยานควนพระนอน”