ธรรมชาติ

ซัมบาลา แคมป์ : Shambbala Camp

Author แอดมินกระดุม พัทลุง 564 เข้าชม ไม่มีคะแนน (0 รีวิว) 22 Apr 2024

รายละเอียด

 พิกัด  นำทาง
 เบอร์โทร  061 246 9777
Facebook ซัมบาลา แคมป์
   
     
 
 
แชร์สถานที่นี้:

แกลเลอรี

14 รูปภาพ

รีวิวจากนักท่องเที่ยว

ไม่มีคะแนน (0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิวสำหรับสถานที่นี้ เป็นคนแรกที่รีวิวสิ!

แผนที่และพิกัด

ไม่ได้ระบุพิกัดสถานที่

สำรวจเพิ่มเติม

สถานที่น่าสนใจอื่นๆ ในเขต โซนพัทลุง

พ่อขุนศรีศรัทธา(วัดท่าแค)
temple
Author

แอดมินกระดุม

พ่อขุนศรีศรัทธา(วัดท่าแค)

นำทาง วัดท่าแคตั้งอยู่ที่ตำบลท่าแค อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เป็นวัดเก่าแก่ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2298 อดีตพื้นที่วัดแห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งฐานทัพของญี่ปุ่น สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง โดยเอกลักษณ์ของวัดนี้คือการอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่น และมีชื่อเสียงจากโนราโรงครูวัดท่าแค รวมถึงตำนานพ่อขุนศรีศรัทธา ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของโนราภาคใต้ในปัจจุบัน เมื่อเดินเข้ามาภายในวัดท่าแค สัมผัสได้ถึงบรรยากาศร่มรื่น สะอาด เต็มไปด้วยพุทธศาสนิกชนที่หลั่งไหลมาทำบุญ ซึ่งจุดไฮไลท์ของวัดท่าแค คือรูปปั้นพ่อขุนศรีศรัทธา รูปปั้นพรานบุญ พระพุทธรูปปางต่างๆ ต้นโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นที่ฝังอัฐิพ่อขุนศรีศรัทธา รวมถึง อุโบสถ อาคารเสนาสนะต่างๆ รูปปั้น หรือรูปเคารพพ่อขุนศรีศรัทธา ปฐมโนรา (โนราคนแรก)เชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดของโนรา ประดิษฐานอยู่ภายในศาลาวัดท่าแค ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของลูกหลาน ตามตำนานกล่าวว่า หลังจากที่นางนวลทองสำลี ตั้งครรภ์ขึ้นมาเอง ทำให้พญาสายฟ้าฟาด ซึ่งเป็นพระราชบิดา (พ่อ) โกรธมาก จึงเนรเทศนางนวลทองสำลี พร้อมกับลูกน้อยในครรภ์ ด้วยการลอยแพจากเมืองเวียงบางแก้ว ลอยไปติดที่เกาะกะชัง เมื่อนางนวลทองสำลี ประสูติลูกชายชื่อว่าเทพสิงหร และได้สอนการร่ายรำให้เทพสิงหรจำนวน 12 ท่า ตามที่เคยนิมิตฝัน เมื่อเทพสิงหรเจริญวัย จึงได้เดินทางออกจากเกาะกะชัง ไปยังเมืองเวียงบางแก้ว พร้อมกับใช้ท่ารำแลกข้าวปลาอาหาร ต่อมาการร่ายรำของเทพสิงหร เป็นที่เลื่องลือถึงหูพญาสายฟ้าฟาด และทราบว่าเทพสิงหร เป็นพระนัดดา (หลาน) ของพระองค์ จึงได้แต่งตั้งเทพสิงหรให้เป็น ขุนศรีศรัทธา และสืบทอดท่าร่ายรำกลายเป็นโนรา หรือ มโนราห์ในปัจจุบัน โดยลูกหลานเชื่อว่าต้นโพธิ์ต้นนี้ คือสถานที่ฝังอัฐิพ่อขุนศรีศรัทธา ซึ่งหลังจากที่พ่อขุนศรีศรัทธาถึงแก่กรรม จึงได้นำอัฐิมาฝังไว้ที่ใต้ต้นโพธิ์ จะเห็นได้ว่าต้นโพธิ์ถูกพันด้วยผ้าแพรหลากสี ซึ่งแสดงถึงความศักดิ์สิทธิ์ และผู้คนให้ความเคารพนับถือ วัดท่าแค เป็นวัดที่มีชื่อเสียงในด้านการอนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นมโนราห์ และเป็นที่รู้จักกันในพิธีกรรมโนราโรงครู ซึ่งเป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ จัดขึ้นเป็นประจำทุกๆ ปี ตามความเชื่อท้องถิ่นของชาวท่าแค และเป็นพิธีกรรมที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ อีกทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน เกิดความรักสามัคคี ซึ่งพิธีกรรมโนราโรงครูประกอบไปด้วยพิธีกรรมสำคัญ เช่น การรำคล้องหงส์ การแทงเข้ การตัดผมผีช่อ การผูกผ้าปล่อย การรักษาโรคด้วยการเหยียบเสน เป็นต้น นอกจากนี้ บริเวณหน้าศาลารูปปั้นของพ่อขุนศรีศรัทธา ยังมีหลักพ่อขุนศรีศรัทธา ให้ทุกคนสามารถกราบไหว้ขอพรได้อีกด้วย โดยเชื่อว่าผู้ศรัทธาและลูกหลาน วิญญาณบรรพบุรุษ ครูหมอตายายที่นับถือ จะช่วยคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย และเจริญรุ่งเรืองในชีวิต วัดท่าแค ถือเป็นวัดสำคัญทางประวัติศาสตร์ ที่บันทึกเรื่องราวของพ่อขุนศรีศรัทธา ซึ่งเคยเดินทางมาขึ้นแพที่บริเวณท่าแพหน้าวัด จึงเป็นที่มาของตำบลท่าแค โดยเรียกเพี้ยนมาจากคำว่า ท่าแพ นั่นเอง ฉะนั้น หากใครมาเที่ยวพัทลุง แนะนำให้ลองแวะมาเที่ยวที่วัดท่าแคสักครั้งในชีวิต เพราะนอกจากจะได้ทำบุญ ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยังได้เรียนรู้รากเหง้า วัฒนธรรมท้องถิ่นที่สืบทอดต่อกันมาเป็นเวลาช้านาน

อ่านต่อ →
ศาลหลักเมืองพัทลุง
ธรรมชาติ
Author

แอดมินกระดุม

ศาลหลักเมืองพัทลุง

แวะไหว้ ศาลหลักเมืองพัทลุง เสริมสิริมงคล ขอพรใจกลางเมือง อนุสรเเห่งแรงศรัทธาอันแรงกล้าของชาวจังหวัดพัทลุง และประชาชนทั่วไป นำทาง ศาลหลักเมืองพัทลุง ซึ่งเกิดขึ้นด้วยแรงศรัทธาอันแรงกล้าของชาวจังหวัดพัทลุง และประชาชนทั่วไป ที่ร่วมกันบริจาคทรัพย์สมทบทุนการก่อสร้างจำนวน กว่า ๑๒ ล้านบาท มอบหมายให้ รศ.ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี ศิลปินแห่งชาติสาขาสถาปัตยกรรม เป็นผู้ออกแบบการก่อสร้างมีการลงนามในสัญญาและเริ่มการก่อสร้างมาตั้งแต่วันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๓ และ ณ บริเวณวัดควนปรง หมู่ที่ ๒ ตำบลท่ามิหรำ อำเภอเมืองพัทลุง ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จจนถึงปัจจุบัน ตามพงศาวดารได้มีการกล่าวถึงความเป็นมาของการสร้างเสาหลักเมืองของชนชาติไทย ปรากฏมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี มาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ การสร้างหลักเมืองตามประเพณีโบราณ นิยมสร้างหลักเมืองไว้เป็นมิ่งขวัญ เป็นนิมตมงคล สำหรับให้รู้ว่าหลักบ้าน หลักเมืองอยู่ที่ไหน ประชาชนบ้านเมืองนั้นย่อมร่มเย็นเป็นสุข เพราะมีเทพรักษาเมือง ได้แก่ พระทรงเมือง พระเสื้อเมือง เทวดา และเทพารักษ์ ทั้งหลาย หลักเมืองต้องฝังไว้ในย่านกลางเมืองหรือให้ทำเลที่ชัยภูมิตามทิศทางของเมืองและในสมัยโบราณ เมืองเอกหรือเมืองชั้นราชธานีจะต้องมีหลักเมืองไว้เป็นนิมิตมงคลสำหรับเมืองทุกเมือง เมืองพัทลุงเป็นเมืองโบราณที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน แม้จะเคยมีหลักเมืองเป็นศูนย์กลางของเมืองมาก่อน แต่เนื่องจากมีการย้ายที่ตั้งหลายครั้ง ทำให้หลักฐานเกี่ยวกับหลักเมืองไม่ชัดเจน แม้จะมีร่องรอยอยู่บ้าง เช่นโคกบางแก้ว เมืองเก่าชัยบุรี และเมืองเก่าบ้านลำปำ ซึ่งชำรุดผุพังไปตามกาล หลังจากย้ายเมืองพัทลุงไปตั้งที่อื่นในแต่ละครั้ง และครั้งสุดท้ายย้ายมาอยู่ที่ตำบลคูหาสวรรค์ เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๖ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งเมืองพัทลุงในปัจจุบัน ก็ยังไม่มีการสร้างศาลหลักเมืองแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๘ – ๒๕๓๙ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงในขณะนั้น คือนายประสิทธิ์ พรรณพิสุทธิ์ และหัวหน้าส่วนราชการ มาถึง ปี ๒๕๕๓ นายวินัย ครุวรรณพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ในฐานะลูกหลานชาวพัทลุงและผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ได้ดำเนินการจัดสร้างศาลหลักเมืองพัทลุงขึ้นอีกครั้ง จึงได้ประชุมคณะทำงานจัดหาสถานที่ มีมติเป็นเอกฉันท์เลือกสถานที่บริเวณวัดควนปรง หมู่ที่ ๒ ตำบลท่ามิหรำ อำเภอเมืองพัทลุง เป็นสถานที่ที่มีทำเลเหมาะสม อยู่บริเวณเนินสูง สวยงาม เส้นทางคมนาคมสะดวก และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในอดีต

อ่านต่อ →
เส้นทางท่องเที่ยวล่องเรือชมทุ่งดอกบัวแดง
ธรรมชาติ
Author

แอดมินกระดุม

เส้นทางท่องเที่ยวล่องเรือชมทุ่งดอกบัวแดง

อ่านต่อ →