ธรรมชาติ

test1

Author แอดมินกระดุม พัทลุง 1,370 เข้าชม ไม่มีคะแนน (0 รีวิว) 24 Mar 2024

รายละเอียด

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Sed molestie scelerisque ultrices. Nullam venenatis, felis ut accumsan vestibulum, diam leo congue nisl, eget luctus sapien libero eget urna. Duis ac pellentesque nisi.

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Sed molestie scelerisque ultrices. Nullam venenatis, felis ut accumsan vestibulum, diam leo congue nisl, eget luctus sapien libero eget urna. Duis ac pellentesque nisi.

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Sed molestie scelerisque ultrices. Nullam venenatis, felis ut accumsan vestibulum, diam leo congue nisl, eget luctus sapien libero eget urna. Duis ac pellentesque nisi.

แชร์สถานที่นี้:

รีวิวจากนักท่องเที่ยว

ไม่มีคะแนน (0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิวสำหรับสถานที่นี้ เป็นคนแรกที่รีวิวสิ!

แผนที่และพิกัด

ไม่ได้ระบุพิกัดสถานที่

สำรวจเพิ่มเติม

สถานที่น่าสนใจอื่นๆ ในเขต โซนพัทลุง

วิสาหกิจชุมชนหัตถกรรมกระจูดวรรณี
ธรรมชาติ
Author

แอดมินกระดุม

วิสาหกิจชุมชนหัตถกรรมกระจูดวรรณี

วัชพืชที่ชอบขึ้นในที่ๆมีน้ำขังอยู่ตลอดเวลาสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กระจูด และสร้างงานให้คนในชุมชนกว่า 200 คน นำรายได้เข้าสู่ชุมชนกว่าปีละ 4 ล้านบาท นำทาง นับเป็นหนึ่งในวิสาหกิจชุมชนต้นแบบที่ประสบความสำเร็จ สร้างความมั่นคงในอาชีพได้ตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 ก่อตั้งขึ้นโดย นางวรรณี เซ่งฮวด ภายใต้การส่งเสริมของสำนักงานเกษตรอำเภอควนขนุนและสำนักงานเกษตรจังหวัดพัทลุง ได้สร้างความโดดเด่นให้กับผลิตภัณฑ์จากกระจูด ผ่านแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่ผสมผสานกันระหว่างภูมิปัญญาบรรพบุรุษ เทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมถึงการนำวัสดุอื่น ๆ จนได้ผลิตภัณฑ์ที่สวยงาม แปลกใหม่ และมีคุณภาพ นำมาสู่เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กระจูด และสร้างงานให้คนในชุมชนกว่า 200 คน นำรายได้เข้าสู่ชุมชนกว่าปีละ 4 ล้านบาท ทั้งนี้ กระจูดนั้น เป็นพืชตระกูลเดียวกับ “กก” เป็นวัชพืชที่ชอบขึ้นในที่ๆมีน้ำขังอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะบริเวณริมทะเลสาบที่เป็นดินโคลน ซึ่งพื้นที่ทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง เป็นหนึ่งในแหล่งที่มีต้นกระจูดขึ้นอยู่มากมาย เนื่องจากต้นกระจูดเมื่อนำมาจักสานเป็นผลิตภัณฑ์จะมีความคงทน จึงทำให้ชาวบ้านในจังหวัดพัทลุงนิยมนำมาสานเป็นเสื่อและกระสอบใส่ข้าวสารและน้ำตาล เพื่อเป็นบรรณาการมานานกว่า 200 ปี ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดย นางวรรณี เซ่งฮวด เป็นหนึ่งในคนจำนวนมากของพัทลุงที่ได้หยิบยกพืชน้ำพื้นบ้าน ต้นกระจูดมาสร้างมูลค่าเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว ด้วยการทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆออกจำหน่ายมาอย่างต่อเนื่อง และต่อมาเมื่อบุตรชาย “นัท-มนัทพงศ์ เซ่งฮวด” ได้เรียนจบการศึกษา ระดับปริญญาโทจาก คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เขาได้กลับมาบ้านเพื่อสานต่องานของแม่ที่เริ่มต้นไว้ คุณนัท คนหนุ่มรุ่นไฟที่เพิ่งจบการศึกษาใหม่ๆได้พัฒนารูปแบบของผลิตภัณฑ์กระจูดอย่างมากมาย ทั้งรูปแบบลวดลายที่ทันสมัย สร้างผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใหม่ๆที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบัน โดยกำหนดเป็นคอลเล็กชั่น รวมถึงการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มข้น เพื่อสร้างความเชื่อถือให้กับลูกค้า นอจากนี้ยังมีการจัดทำแคตตาล๊อกให้ลูกค้าได้เลือกรูปแบบของสินค้าและสีที่ต้องการก้อนผลิต จากความมุ่งมั่นพัฒนาดังกล่าวได้ส่งผลให้ในปัจจุบันสามารถนำผลิตภัณฑ์จากกระจูด ไม่ว่า กระเป๋าแบบต่าง ๆ ตะกร้าใส่ของ ถังใส่เสื้อผ้า และอื่นๆอีกมากมาย เข้าไปวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เช่น สยามพารากอน, คิง เพาเวอร์ รางน้ำ เป็นต้น รวมถึงยังส่งผลไปขายยังตลาดในต่างประเทศอาทิ จีน ญี่ปุ่น และทางประเทศในยุโรปอีกด้วย อีกทั้งยังมีที่พักโฮมสเตย์ภายใต้ชื่อเเบรนด์อีกด้วย

อ่านต่อ →
สำเภาไทย
ธรรมชาติ
Author

แอดมินกระดุม

สำเภาไทย

สำเภาไทย พัทลุง ชมวิวทุ่งนาสวย ถ่ายรูปหุ่นคิงคองยักษ์ นำทาง เอาใจคนรักธรรมชาติ มาเสพบรรยากาศที่ สำเภาไทย สถานที่ท่องเที่ยวและคาเฟ่กลางทุ่งนาโดดเด่นด้วย หุ่นฟางคิงคองยักษ์กำลังลากจูงเรือสำเภาไทยอยู่กลางทุ่งนา มีทางเดินสะพานไม้ตัดทุ่งนา รวมทั้งจุดถ่ายรูปหลายจุด พร้อมมีที่นั่งชิลให้ซึมซับบรรยากาศท้องทุ่ง นั่งห้อยขาจิบกาแฟมองวิวเขาทะลุ สัญลักษณ์ของพัทลุง อย่าลืมชิมเมนูเพื่อสุขภาพอย่างข้าวยำ อาหารไฮไลท์แดนใต้ เสิร์ฟพร้อมไก่ทอด และขนมจีนน้ำยา รับรองว่าต้องออกปากว่าหรอยจังฮู้ สำเภาไทย ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองพัทลุง เสียค่าบริการเข้าชมผู้ใหญ่ 20บาท เด็ก10บาท เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเกษตร ระหว่างทางเดินจะได้ถึงความร่มรื่น ทั้งซุ้มดอกไม้ สวนเกษตร และคอกเลี้ยววัว สัตว์ต่างๆ เข้ามาข้างในมีซุ้มขายเครื่องดื่มโซนนี้จัดสถานที่ออกแนววินเทจนิคๆ ริมทุ่งนามีจุดให้ถ่ายภาพหลายจุดมาก ทั้งเก้าอี้สีแดง แปลตาข่าย ซุ้มหัวใจสีชมพู และที่นั่งตาข่ายวงกลมสีแดง ตัดกับสีเขียวของท้องทุ่ง แถมวิวข้างหน้าคือ สำเภาและหุ่นคิงคองยักษ์ รวมถึงภาพของภูเขาอกทะลุสัญลักษณ์ของพัทลุง บริเวณระหว่างทางเดินสะพานไม้กลางทุ่งนา ยังมีการจัดทำจุดถ่ายภาพระหว่างทางอีกหลายจุด ทั้งที่นั่งบนฟางประดับด้วยม่านสีขาว ประตูไม้ที่เปิดไปคือ ชฎามโนรา การละเล่นพื้นเมืองของพัทลุงที่มีชื่อเสียงและเป็นแกลัษณ์ กลางทางเดิน คือ ไฮไลท์ของร้าน หุ่นคิงคองยักษ์ลากสำเภาไทย ข้างๆมีหุ่นควายน้อยอยู่ด้วย นอกจากนี้ยังมีที่พัก ทั้งห้องพักแบบเต้นท์เอาใจสายแคมป์ที่วิวด้านหลังคือภูเขา รวมทั้งห้องพักแบบบ้านให้ได้พักผ่อนสัมผัสวิวทุ่งนา ข้างเต้นท์ยังมีสไลเดอร์ให้เล่นถูกใจเด็กๆเป็นอย่างมาก สำเภาไทย ตั้งที่อยู่ เลขที่ 214 หมู่ 4 บ้านท่าสำเภาใต้ ตำบลชัยบุรี อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง

อ่านต่อ →
สะพานเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา
ธรรมชาติ
Author

แอดมินกระดุม

สะพานเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา

“สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ฯ” หรือ “สะพานเอกชัย” ถือเป็นสะพานข้ามทะเลสาบที่ยาวที่สุดในประเทศไทยเลยนะ มีความยาวถึงประมาณ 5.5 กม. เชื่อมระหว่างทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง กับ อ.ระโนด จ.สงขลา นำทาง ถนนที่ถูกขนาบข้างไปด้วยทะเลหลวงและทะเลน้อยเชื่อมต่อระหว่าง ๒ จังหวัดคือสงขลากับพัทลุง และเป็นถนนที่เต็มไปด้วยพลังแห่งความสุข ด้วยวิถีธรรมชาติและวิวสวย ๆ ของทะเลสุดลูกหูลูกตา วิถีชีวิตควายน้ำ และนกนานาพันธุ์ ถนนที่ว่านี้คือ “ถนนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550” อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุงถนนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 โดยตลอดเส้นทางจะมีวิวสวยๆ งามๆ และความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติให้ได้เห็นกันตอนขับรถ รวมถึงมีจุดจอดแวะให้ถ่ายรูป ซึ่งไฮไลท์เด่นๆ ก็คือทิวทัศน์ทะเลน้อยอันกว้างไกลสุดสายตา เหล่าบรรดานกน้ำมากมาย และหากโชคดีก็จะได้ยลโฉมฝูงควายน้ำที่หาดูได้ยากอีกด้วย ความเป็นมา เป็นเส้นทางในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท โดยใช้ชื่อรหัสสายทาง พท. 3037 เปิดใช้งานเมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2550 เป็นสายทางที่สร้างตามแนวระหว่างทะเลน้อยกับทะเลหลวงของทะเลสาบสงขลา ซึ่งชาวบ้านได้ร่วมกันสร้างถนนลูกรังกันมาก่อนแต่มีปัญหาถนนพังชำรุดง่ายและเมื่อถึงฤดูน้ำหลากก็ยังเป็นแนวขวางทางระบายน้ำระหว่างทะเลน้อยกับทะเลหลวง ถนนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 เป็นถนน (สะพาน) ที่ข้ามทะเลสาบที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ซึ่งอยู่ระหว่างบ้านบ้านไสกลิ้งกับบ้านหัวป่า ได้เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2546 แล้วเสร็จและเปิดใช้งานเมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2550 ในการก่อสร้างนั้นได้สร้างตามแนวถนนเดิมซึ่งอยู่ระหว่างทะเลหลวงกับทะเลน้อย เริ่มต้นจากมีการสร้างเป็นถนนดินลูกรัง ถมลงไปในเขตทะเลในช่วงที่ตื้น ๆ เพื่อเชื่อมให้เป็นพื้นดินต่อกัน โดยการริเริ่มของท่านพระครูกิตติวราภรณ์ เจ้าอาวาสที่วัดป่าลิไลย์ ตำบลลำปำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ใช้เงินจากการทอดผ้าป่าบ้าง ทอดกฐินบ้าง ผู้ใจบุญบริจาคให้บ้าง แต่ก็ทำได้แค่ถนนลูกรังกับสะพานไม้เท่านั้น ต่อมาเมื่อนายสุรใจ ศิรินุพงศ์ ส.ส. สงขลา (ประมาณปี 2531) เลือดเนื้อเชื้อไขของผู้ใหญ่บ้านจวน ศิรินุพงศ์ คนทุ่งตะเครียะโดยกำเนิด ร่วมกับ ส.ส. พัทลุงอีก 3 คน คือนายวีระ มุสิกพงศ์ (นายวีระกานท์) นายโอภาส รองเงิน และนายพร้อม บุญฤทธิ์ ลงนามในหนังสือเสนอรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมาธิการพิจารณางบประมาณรายข่ายประจำปี 2531 ของบประมาณก่อสร้างถนนเชื่อม จังหวัดพัทลุงกับจังหวัดสงขลาด้วยเหตุผลที่ว่า 1) เป็นการสนับสนุนด้านการท่องเที่ยว2) เป็นการพัฒนาอาชีพการประมงน้ำจืด3) เป็นเส้นทางลำเลียงวัสดุก่อสร้างที่จำเป็น4) เป็นเส้นทางที่ประชาชน ในจังหวัดสงขลา พัทลุง ตรัง นครศรีธรรมราช สตูล มีโอกาสนำผลผลิตทางการเกษตรไปจำหน่ายได้สะดวก5) เป็นเส้นทางที่จะอำนวยความสะดวกในการพัฒนาทะเลสาบสงขลาให้บรรลุเป้าหมาย ในที่สุดก็ได้รับงบประมาณ ๑๓๕ ล้านบาท ข้อมูลอ้างอิง ฐานข้อมูลท้องถิ่นภาคใต้

อ่านต่อ →