รีวิวจากนักท่องเที่ยว
ให้คะแนนและเขียนรีวิว
ยังไม่มีรีวิวสำหรับสถานที่นี้ เป็นคนแรกที่รีวิวสิ!
แผนที่และพิกัด
ไม่ได้ระบุพิกัดสถานที่
สำรวจเพิ่มเติม
สถานที่น่าสนใจอื่นๆ ในเขต โซนพัทลุง
แอดมินกระดุม
ป่าสาคู / กิจกรรม ย้อมผ้า,งานคราฟท์/กาแฟคั่วมือคาเฟ่
คาเฟ่ธรรมชาติสุดๆ เพราะอยู่ในป่าต้นสาคู มีกิจกรรมให้ทำมากกว่าเเค่ไปพักนั่งทานกาเเฟ นำทาง ป่าสาคู pasagu Craft Cafeกิจกรรม/workshop ย้อมผ้า,งานคราฟท์,กาแฟคั่วมือคาเฟ่Slow Bar Cafè ตั้งอยู่ที่ 241 ป่าสาคู ม.11 ถนน4340 สะพานคลองขี้ค่าง ตำบล โตนดด้วน อำเภอควนขนุน พัทลุง 93110 เป็นคาเฟ่ที่ให้บริการทั้งขนม เครื่องดื่ม รวมไปถึงกิจกรรมต่างๆ เช่น ทำผ้ามัดยอม ทำงานคราฟท์ เป็นต้น การเเฟเป็นเเบบคั่วมือเเละยังมีสิ่งประดิษฐ์จากวัสดุธรรมชาติที่จะซื้อเป็นของฝากก็เก๋ไม่เบาเลย เเต่ถ้าพูดถึงป่าสาคูเเล้วไม่ได้ทานเมนูเกี่ยวกับสาคูหรือซื้อสาคูกลับบ้านก็เหมือนมาไม่ถึงป่าสาคู
แอดมินกระดุม
พ่อขุนศรีศรัทธา(วัดท่าแค)
นำทาง วัดท่าแคตั้งอยู่ที่ตำบลท่าแค อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เป็นวัดเก่าแก่ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2298 อดีตพื้นที่วัดแห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งฐานทัพของญี่ปุ่น สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง โดยเอกลักษณ์ของวัดนี้คือการอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่น และมีชื่อเสียงจากโนราโรงครูวัดท่าแค รวมถึงตำนานพ่อขุนศรีศรัทธา ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของโนราภาคใต้ในปัจจุบัน เมื่อเดินเข้ามาภายในวัดท่าแค สัมผัสได้ถึงบรรยากาศร่มรื่น สะอาด เต็มไปด้วยพุทธศาสนิกชนที่หลั่งไหลมาทำบุญ ซึ่งจุดไฮไลท์ของวัดท่าแค คือรูปปั้นพ่อขุนศรีศรัทธา รูปปั้นพรานบุญ พระพุทธรูปปางต่างๆ ต้นโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นที่ฝังอัฐิพ่อขุนศรีศรัทธา รวมถึง อุโบสถ อาคารเสนาสนะต่างๆ รูปปั้น หรือรูปเคารพพ่อขุนศรีศรัทธา ปฐมโนรา (โนราคนแรก)เชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดของโนรา ประดิษฐานอยู่ภายในศาลาวัดท่าแค ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของลูกหลาน ตามตำนานกล่าวว่า หลังจากที่นางนวลทองสำลี ตั้งครรภ์ขึ้นมาเอง ทำให้พญาสายฟ้าฟาด ซึ่งเป็นพระราชบิดา (พ่อ) โกรธมาก จึงเนรเทศนางนวลทองสำลี พร้อมกับลูกน้อยในครรภ์ ด้วยการลอยแพจากเมืองเวียงบางแก้ว ลอยไปติดที่เกาะกะชัง เมื่อนางนวลทองสำลี ประสูติลูกชายชื่อว่าเทพสิงหร และได้สอนการร่ายรำให้เทพสิงหรจำนวน 12 ท่า ตามที่เคยนิมิตฝัน เมื่อเทพสิงหรเจริญวัย จึงได้เดินทางออกจากเกาะกะชัง ไปยังเมืองเวียงบางแก้ว พร้อมกับใช้ท่ารำแลกข้าวปลาอาหาร ต่อมาการร่ายรำของเทพสิงหร เป็นที่เลื่องลือถึงหูพญาสายฟ้าฟาด และทราบว่าเทพสิงหร เป็นพระนัดดา (หลาน) ของพระองค์ จึงได้แต่งตั้งเทพสิงหรให้เป็น ขุนศรีศรัทธา และสืบทอดท่าร่ายรำกลายเป็นโนรา หรือ มโนราห์ในปัจจุบัน โดยลูกหลานเชื่อว่าต้นโพธิ์ต้นนี้ คือสถานที่ฝังอัฐิพ่อขุนศรีศรัทธา ซึ่งหลังจากที่พ่อขุนศรีศรัทธาถึงแก่กรรม จึงได้นำอัฐิมาฝังไว้ที่ใต้ต้นโพธิ์ จะเห็นได้ว่าต้นโพธิ์ถูกพันด้วยผ้าแพรหลากสี ซึ่งแสดงถึงความศักดิ์สิทธิ์ และผู้คนให้ความเคารพนับถือ วัดท่าแค เป็นวัดที่มีชื่อเสียงในด้านการอนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นมโนราห์ และเป็นที่รู้จักกันในพิธีกรรมโนราโรงครู ซึ่งเป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ จัดขึ้นเป็นประจำทุกๆ ปี ตามความเชื่อท้องถิ่นของชาวท่าแค และเป็นพิธีกรรมที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ อีกทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน เกิดความรักสามัคคี ซึ่งพิธีกรรมโนราโรงครูประกอบไปด้วยพิธีกรรมสำคัญ เช่น การรำคล้องหงส์ การแทงเข้ การตัดผมผีช่อ การผูกผ้าปล่อย การรักษาโรคด้วยการเหยียบเสน เป็นต้น นอกจากนี้ บริเวณหน้าศาลารูปปั้นของพ่อขุนศรีศรัทธา ยังมีหลักพ่อขุนศรีศรัทธา ให้ทุกคนสามารถกราบไหว้ขอพรได้อีกด้วย โดยเชื่อว่าผู้ศรัทธาและลูกหลาน วิญญาณบรรพบุรุษ ครูหมอตายายที่นับถือ จะช่วยคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย และเจริญรุ่งเรืองในชีวิต วัดท่าแค ถือเป็นวัดสำคัญทางประวัติศาสตร์ ที่บันทึกเรื่องราวของพ่อขุนศรีศรัทธา ซึ่งเคยเดินทางมาขึ้นแพที่บริเวณท่าแพหน้าวัด จึงเป็นที่มาของตำบลท่าแค โดยเรียกเพี้ยนมาจากคำว่า ท่าแพ นั่นเอง ฉะนั้น หากใครมาเที่ยวพัทลุง แนะนำให้ลองแวะมาเที่ยวที่วัดท่าแคสักครั้งในชีวิต เพราะนอกจากจะได้ทำบุญ ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยังได้เรียนรู้รากเหง้า วัฒนธรรมท้องถิ่นที่สืบทอดต่อกันมาเป็นเวลาช้านาน
แอดมินกระดุม
รูปเหมือนอาจารย์หมุน ยสโร
พิกัด นำทาง เบอร์โทร - Facebook พ่อท่านหมุน ท่านเกิดเมื่อ พ.ศ.2439 ณ บ้านม่วง อ.เมือง จ.พัทลุง บรรพชาเป็นสามเณร ที่วัดควนกรวด อ.เมือง จ.พัทลุง โดยมีพระอธิการรอด วัดควนกรวด เป็นพระอุปัชฌาย์ ครั้งอายุครบอุปสมบท จึงเข้ารับการอุปสมบท ที่วัดปรางหมู่ อ.เมือง จ.พัทลุง โดยมี พระอธิการรอด วัดควนกรวด อ.เมือง จ.พัทลุง เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้ฉายาว่า "ยสโร" อุปสมบทแล้วที่จำพรรษาที่ วัดเขาแดงตะวันออก อ.เมือง จ.พัทลุง มาโดยตลอด พ่อท่านหมุน เป็นพระสงฆ์ที่ฝักใฝ่ในเรื่องวิปัสสนากรรมฐาน จึงได้เลือกจำพรรษาที่วัดเขาแดงตะวันออก เนื่องจากเป็นวัดที่อยู่ห่างจากชุมชน มีธรรมชาติอันร่มรื่นและสงบเหมาะต่อการบำเพ็ญภาวนา นอกจากนี้ท่านยังมีความสนใจในเรื่องของวิทยาคมและไสยศาสตร์ จึงได้ไปเรียนวิชากับ พระอาจารย์ทองเฒ่า วัดเขาอ้อ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าสำนักเขาอ้อ และมีกิตติคุณเลื่องลือตั้งแต่ภาคใต้ไปตลอดแหลมมลายู จนได้รับขนานนามว่า "ปรมาอาจารย์แห่งไสยศาสตร์ของภาคใต้" ซึ่งการไปเรียนวิชากับอาจารย์ทองเฒ่าทำให้พ่อท่านหมุนมีความสนิทสนมกับพระอาจารย์นำ ซึ่งเป็นศิษย์สำนักเขาอ้อรุ่นราวคราวเดียวกัน แต่พระอาจารย์นำมีอาวุโสกว่าพ่อท่านหมุนเล็กน้อย แต่มาเมื่อพระอาจารย์นำสึกออกไปเป็นฆราวาส พ่อท่านหมุนก็ยังคงอยู่ในเพศบรรพชิตมาโดยตลอดจนกระทั่งมรณะภาพ พ่อท่านหมุน มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่ประจักษ์มาตั้งแต่ยังหนุ่มๆ เป็นพระเกจิอาจารย์หนึ่งเดียวของภาคใต้ก็ว่าได้ที่ได้รับนิมนต์ร่วมพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลมากที่สุด ท่านร่วมพิธีปลุกเสกมาตั้งแต่ครั้งสมัยสงครามอินโดจีนและสงครามโลกครั้งที่ 2 เคยร่วมพิธีปลุกเสกพระปิดตามหายันต์และพระกลีบบัวมหาว่าน ที่วัดเขาอ้อ เมื่อ พ.ศ.2483 ไปร่วมพิธีปลุกเสกพระปิดตาโสฬสมงคลรุ่นแรก พ.ศ.2482 และพระซุ้มกอ พ.ศ.2485 ของวัดแหลมทราย จ.สงขลา ช่วงระหว่าง พ.ศ.2505-06 ที่วัดต่างๆ ทางภาคใต้พากันสร้างพระเครื่องหลวงพ่อทวดกัน พ่อท่านหมุนก็ไปร่วมพิธีเสกด้วยทั้งนั้น แม้แต่พิธีปลุกเสกวัตถุมงคลของวัดต่างๆ ก็ล้วนแต่อาราธนาพ่อท่านหมุนไปปลุกเสกด้วยเสมอ จังหวัดต่างๆ ทางภาคใต้ทั้งพัทลุง สงขลา สตูล ตรัง และปัตตานี ท่านไปร่วมปลุกเสกมาหมด พ่อท่านหมุน ท่านมีตละมหาอำนาจเหมือนพระอาจารย์ทองเฒ่า เคยตวาดคนจนตลึงงุนงงขวัญเสีย ต้องทำน้ำมนต์รดเรียกขวัญจึงหายเป็นปกติมาแล้ว ครั้งหนึ่ง วัดเขาแดงตะวันออกจัดงานประจำปี มีมหรสพมาเล่นและคนมาเที่ยวในงานมากมาย ได้มีชายหนุ่มกลุ่มหนึ่ง 5-6 คน มาเที่ยวงานแล้วดื่มสุราเมามายเที่ยวเอ็ดตะโรส่งเสียงดังในวัด แม้ว่าชายหนุ่มกลุ่มนั้นจะไม่หาเรื่องทะเลาะหรือทำรายร่างกายผู้อื่น แต่ก็ได้สร้างความรำคาญ พ่อท่านหมุน ท่านนั่งอยู่บนกุฏิมีลูกศิษย์และชาวบ้านนั่งอยู่ด้วยหลายคน ท่านบอกว่า "เดี๋ยวให้พวกมันมาทางนี้ก่อน" สักครู่เมื่อคนกลุ่มนั้นเดินส่งเสียงเอะอะผ่านมาทางหน้ากุฏิ พ่อท่านหมุนก็เยี่ยมหน้าออกไปแล้วพูดขึ้นว่า "พวกมึงมาเที่ยวแล้วเมาทำให้คนอื่นเขารำคาญอยู่กันตรงแหละพอหายเมาแล้วค่อยไป" แม้ว่าระยะจากกุฏิไปยังที่คนเมากลุ่มนั้นยืนอยู่จะมีระยะห่างกันมากพอสมควร แต่เสียงพ่อท่านหมุนก็ดังกึกก้องมีมหาอำนาจได้ยินไปทั่ว คนเมากลุ่มนั้นได้ยินต่างพากันตกตลึง ต่างพากันล้มลงกลิ้งเกลือกบนพื้นดินอยู่ตรงนั้น แม้จะพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นแล้วเดินออกจากที่นั่น แต่ก็เดินออกไปไม่ได้ ภายในรัศมีที่พ่อท่านหมุนกำหนด เลยเดินวนเวียนอยู่ในที่นั้นเหมือนเสือติดจั่น ทั้งเมาและทั้งเหนื่อยเลยพากันนอนหลักอยู่ที่นั้นด้วยกันหมดทุกคน ครั้งพอใกล้จะรุ่งหนังตะลุงเลิกและคนมาเที่ยวงานพากันกลับบ้านหมดแล้ว แต่ขี้เมากลุ่มนี้ก็ยังคงนอนหลับไม่ได้สติอยู่ที่เดิม พอสว่างแดดเริ่มส่องและร้อนขึ้นเรื่อยๆ คนกลุ่มนี้ก็เริ่มฟื้นแต่ก็ยังงัวเงียและยังออกจากที่ตรงนั้นไม่ได้อีก จนพ่อท่านหมุนท่านร้องตะโกนมาจากบนกุฏิว่า "ถ้าหายเมาแล้วก็กลับๆ ไปเสีย ทีหลังก็อย่าทำความรำคาญในวัดอีก" นั่นแหละคนกลุ่มนั้นจึงพากันเดินออกจากบริเวณนั้นได้ แล้วก็พากันเข็ดขี้แตกขี้แตนกับพ่อท่านหมุนไปอีกนาน ถึงขนาดว่าไม่กล้าเข้ามาภายในวัดอีกเลย พ่อท่านหมุน มีคุณวิเศษอย่างหนึ่งคล้ายๆ หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง จ.ภูเก็ต คือ จะมีคนเอาแผ่นทองมาปิดตามร่างกายท่านทั้งๆ ที่ยังมีชิวิตอยู่ เนื่องจากชาวบ้านบนบานขอให้ท่านช่วย พอสำเร็จสมปรารถนาจึงพากันมาปิดทองเป็นการแก้บน ตอนพ่อท่านหมุนทานมีชีวิตอยู่ หากใครไปกราบนมัสการก็จะเห็นว่าบางครั้งตามร่างกายของท่านมีแผ่นทองปิดอยู่เหลืองอร่ามเต็มไปหมด พ่อท่านหมุน สร้างวัตถุมงคลมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งแรกๆ ท่านสร้างเครื่องรางจำพวก ตะกรุด ผ้ายันต์ แหวนพิรอด ฯลฯ หลังจากนั้นก็มาสร้างพระปิดตา พระลีลา เป็นต้น ส่วนเหรียญและรูปเหมือนมาสร้างเอาเมื่อขึ้น พ.ศ.2500 มาแล้ว การสร้างพระเครื่องของท่าน การสร้างวัตถุมงคล หลวงพ่อหมุน เป็นเกจิอาจารย์ชื่อดังของจังหวัดพัทลุง ได้เริ่มสร้างวัตถุมงคลไว้ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2484-2525 วัตถุมงคลจึงมีมากมาย ดังนี้ 1 พระลีลาเกราะเพชร เนื้อโลหะผสมเงินยวง 2 พระปิดตาม เนื้อโลหะผสม 3 เหรียญปาฏิหารย์ (เหรียญพระเจ้าห้าองค์ พ.ศ.2513 และ 2525) 4 เหรียญรูปเหมือน เนื้อทองแดง พ.ศ.2516 5 รูปเหมือนลอยองค์ ปั๊มเนื้อทองเหลือง พ.ศ.2516 6 รูปเหมือนลอยองค์ เนื้อว่าน พ.ศ.2516 7 รูปเหมือนนูนองค์ เนื้อว่าน พ.ศ.2516 8 พระประจำวันทั้ง 7 วัน เนื้อว่าน สร้าง พฤศจิกายน 2484 9 พระสังกัจจายน์ เนื้อว่าน พ.ศ.2516 10 พระรูปเหมือนขนาดบูชา เนื้อโลหะ เนื้อปูนผสมว่าน 11 แหวนพิรอด เนื้อโลหะ
