รายละเอียด
เมืองชัยบุรี มีมาตั้งแต่ในสมัยอยุธยา เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่น่าศึกษาอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดพัทลุงตามหลักฐานที่ได้บันทึกเก็บไว้มาตั้งแต่อดีต โดยวนอุทยานเมืองเก่าชัยบุรี
เกิดจากการรวมตัวของราษฎรบ้านคอกวัว หมู่ที่ 1 ตำบลชัยบุรี อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง มอบที่ดินทำกินให้เป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์และจัดทำโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ มาประกาศจัดตั้งกำหนดให้เป็นวนอุทยาน โดยได้รับความเห็นชอบจากกรมป่าไม้ มีพื้นที่ทั้งหมด 1,875 ไร่ จัดตั้งเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2544 ครอบคลุมพื้นที่ป่าเขาชัยบุรี และเขาพลู ซึ่งเป็นป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ต่อมาในวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 ได้มีประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำหนดบริเวณพื้นที่ในท้องที่ตำบลพนมวังก์ อำเภอควนขนุน ตำบลชัยบุรี อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง ให้เป็นวนอุทยานเนื้อที่ 1,707 ไร่ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 137 ตอนพิเศษ 301 ง วันที่ 24 ธันวาคม 2563
ปืนใหญ่เหล็กของฮอลันดา (Finbanker of Dutch Pattern)
อ้างอิง จาก สำนักงานศิลปากรที่ 11 สงขลา

แกลเลอรี
25 รูปภาพรีวิวจากนักท่องเที่ยว
ให้คะแนนและเขียนรีวิว
ยังไม่มีรีวิวสำหรับสถานที่นี้ เป็นคนแรกที่รีวิวสิ!
สถานที่ใกล้เคียง
สถานที่น่าสนใจในบริเวณใกล้เคียง
แอดมินกระดุม
เขานางชี
เขานางชี : จิตรกรรมศิลปะพม่าสมัยอังวะบนแผ่นดินพัทลุงสมัยอยุธยา ข้อมูลอ้างอิง สำนักศิลปากรที่ 11 สงขลา เขานางชี ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ ๔ บ้านทุ่งข่า ตำบลพนมวังก์ อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง เขานางชีเป็นเขาหินปูนในหมวดหินชัยบุรี ถือกำเนิดขึ้นในช่วงยุคไทรแอสซิกซึ่งมีอายุราว ๒๑๐ - ๒๔๕ ล้านปีมาแล้ว เขานางชีวางตัวในแนวทิศเหนือ – ทิศใต้ มีความยาวประมาณ ๙๘๐ เมตร กว้างประมาณ ๔๗๐ เมตร จุดสูงสุดสูง ๑๓๖ เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง จิตรกรรมศิลปะอังวะ ภายในถ้ำพระเขานางชีพบภาพจิตรกรรมบนผนังจำนวน ๑๐ จุด เขียนภาพด้วยสีแดง เหลือง และตัดเส้นด้วยสีดำ คิดเป็นพื้นที่ ๒๔.๐๖๕ ตารางเมตร ภาพเหล่านี้ไม่ปรากฏหลักฐานว่าผู้ใดเขียนขึ้น แต่มีปรากฏมาตั้งแต่ก่อนรุ่นปู่ย่าตายายแล้ว จากการศึกษาพบว่าภาพที่ปรากฏเหล่านี้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับอดีตพุทธเจ้า และพระไสยาสน์ ซึ่งแสดงให้เห็นอิทธิพลของศิลปะพม่าสมัยอังวะตอนปลาย ซึ่งร่วมสมัยกับสมัยอยุธยาตอนกลาง จารึกบนผนังถ้ำที่ผนังถ้ำพระเขานางชี พบจารึกอักษรไทย ภาษาไทย สมัยอยุธยาเขียนคำว่า “โนกรรม” ซึ่งสันนิษฐานว่าย่อมาจากคำว่า “มโนกรรม” ซึ่งเป็นหลักธรรมใน “กุศลกรรมบถ” และคำว่า “พระพุทธเจ้าห่อนรู้ผู้ชำนะมาร”