รายละเอียด
อ่างเก็บน้ำคลองป่าบอน จังหวัดพัทลุง นี้ตั้งอยู่ที่ บ้านโหล๊ะหาร หมู่ 7 ตำบลทุ่งนารี อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง
นอกจากสงบ สวยงามแล้ว น่าแวะมาเที่ยวแล้ว อ่างเก็บน้ำคลองป่าบอน เป็นหนึ่งในโครงการที่มีประโยชน์ ช่วยบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และช่วยให้เกษตรกรมีน้ำพอเพียงในการเกษตรรวมทั้งอาชีพเสริม โดย อ่างเก็บน้ำคลองป่าบอน สามารถส่งน้ำให้กับพื้นที่ ฝายทดน้ำคลองป่าบอน ซึ่งมีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 7,000 ไร่ ให้มีน้ำสำหรับทำนาได้อย่างเพียงพอและทั่วถึง อ่างเก็บน้ำคลองป่าบอน เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ของ จ.พัทลุง งดงามทั้งภูมิศาสตร์ของอ่างเก็บน้ำและขุนเขา ทั้งยังด้วยได้สักการะ หลวงปู่ทวด พระเกจิอาจารย์ที่ประชาชนให้ความศรัทธามากอีกด้วย
อ่างเก็บน้ำคลองป่าบอน เป็นอีกสถานที่หนึ่ง ที่สวยงามมาก เงียบสงบ เหมาะกับการพักผ่อน จะเดินเล่นชิวๆ ตั้งเเคมป์ จะปิกนิกก็ได้หมดด บรรยากาศตอนเย็นดีมาก แนะนำเลย ไม่ร้อน เดินเล่นชิวๆ มองดูธรรมชาติ บนสันเขื่อน ก็ดี มองเห็นวิวเขาเป็นฉากหลัง พร้อมกับผืนน้ำที่กว้างของเขื่อน สวยงามมาก หรือถ้าจะขับรถขึ้นไปเรื่อยๆ เลยเขื่อนเข้าไป ก็จะเจอที่นี่ ป่าบอนภูบรรทัด เป็นป้ายใหญ่ เห็นอยู่ขวามือ สามารถลงไปกางเต้นท์ ได้เลย เป็นลานกว้างๆ ส่วนใหญ่จะมีสาย camping ไปค้างคืนผิงไฟกัน
แกลเลอรี
6 รูปภาพรีวิวจากนักท่องเที่ยว
ให้คะแนนและเขียนรีวิว
ยังไม่มีรีวิวสำหรับสถานที่นี้ เป็นคนแรกที่รีวิวสิ!
แผนที่และพิกัด
ไม่ได้ระบุพิกัดสถานที่
สำรวจเพิ่มเติม
สถานที่น่าสนใจอื่นๆ ในเขต โซนพัทลุง
แอดมินกระดุม
พระสี่มุมเมือง
พระสี่มุมเมือง" เป็นพระพุทธรูปประจำภาคใต้ และปูชนียวัตถุคู่เมืองของพัทลุง นำทาง ประดิษฐานอยู่ภายในศาลาจตุรมุข บริเวณด้านหน้าระหว่างศาลากลางจังหวัด กับศาลจังหวัดพัทลุง เป็นพระพุทธรูปหล่อสัมฤทธิ์ปางสมาธิ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน โปรดเกล้าฯ พระราชทานไว้ที่จังหวัดพัทลุง เมื่อ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2511 น้อมสักการะพระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ หรือที่รู้จักกันดีว่า "พระพุทธรูปสี่มุมเมือง" ซึ่งมีอยู่ 4 องค์ด้วยกัน และหนึ่งในสี่องค์นั้นประดิษฐานอยู่ ณ จังหวัดพัทลุงนั่นเอง โดยนับเป็นพระพุทธรูปประจำภาคใต้ และเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดพัทลุงด้วยเช่นกัน พระพุทธรูปองค์นี้ประดิษฐานอยู่ภายในศาลาจตุรมุข บริเวณด้านหน้าระหว่างศาลากลางจังหวัดกับศาลจังหวัดพัทลุง มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปหล่อสำริด ปางสมาธิ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9) โปรดเกล้าฯ พระราชทานไว้ที่จังหวัดพัทลุง เมื่อปี พ.ศ. 2511 รู้จัก "จตุรพุทธปราการ" พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศนี้ได้รับการจัดสร้างขึ้นตามความเชื่อและโบราณประเพณีของบ้านเมือง ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งต้องมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยปกปักษ์รักษาขอบขัณฑสีมาทั้งสี่ทิศ โดยเป็นการสร้างตามแบบ "จตุรพุทธปราการ" กล่าวคือ เป็นการนำเอาวัดหรือพระพุทธรูปมาเป็นปราการทั้งสี่ด้าน เพื่อปกป้องภยันตรายจากอริราชศัตรู คอยปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย เสริมสร้างดวงชะตาแก่บ้านเมือง และคุ้มครองประชาชนให้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข ปัจจุบันได้มีการอัญเชิญพระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ ทั้ง 4 องค์ ไปประดิษฐาน ณ จังหวัดต่าง ๆ ตามทิศทั้งสี่ของประเทศไทย ได้แก่- ทิศเหนือ-ศาลหลักเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง- ทิศใต้-จังหวัดพัทลุง- ทิศตะวันออก-วัดศาลาแดง จังหวัดสระบุรี- ทิศตะวันตก-เขาแก่นจันทน์ จังหวัดราชบุรี ที่ตั้ง : อ.เมือง จ.พัทลุง
แอดมินกระดุม
ศาลหลักเมืองพัทลุง
แวะไหว้ ศาลหลักเมืองพัทลุง เสริมสิริมงคล ขอพรใจกลางเมือง อนุสรเเห่งแรงศรัทธาอันแรงกล้าของชาวจังหวัดพัทลุง และประชาชนทั่วไป นำทาง ศาลหลักเมืองพัทลุง ซึ่งเกิดขึ้นด้วยแรงศรัทธาอันแรงกล้าของชาวจังหวัดพัทลุง และประชาชนทั่วไป ที่ร่วมกันบริจาคทรัพย์สมทบทุนการก่อสร้างจำนวน กว่า ๑๒ ล้านบาท มอบหมายให้ รศ.ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี ศิลปินแห่งชาติสาขาสถาปัตยกรรม เป็นผู้ออกแบบการก่อสร้างมีการลงนามในสัญญาและเริ่มการก่อสร้างมาตั้งแต่วันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๓ และ ณ บริเวณวัดควนปรง หมู่ที่ ๒ ตำบลท่ามิหรำ อำเภอเมืองพัทลุง ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จจนถึงปัจจุบัน ตามพงศาวดารได้มีการกล่าวถึงความเป็นมาของการสร้างเสาหลักเมืองของชนชาติไทย ปรากฏมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี มาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ การสร้างหลักเมืองตามประเพณีโบราณ นิยมสร้างหลักเมืองไว้เป็นมิ่งขวัญ เป็นนิมตมงคล สำหรับให้รู้ว่าหลักบ้าน หลักเมืองอยู่ที่ไหน ประชาชนบ้านเมืองนั้นย่อมร่มเย็นเป็นสุข เพราะมีเทพรักษาเมือง ได้แก่ พระทรงเมือง พระเสื้อเมือง เทวดา และเทพารักษ์ ทั้งหลาย หลักเมืองต้องฝังไว้ในย่านกลางเมืองหรือให้ทำเลที่ชัยภูมิตามทิศทางของเมืองและในสมัยโบราณ เมืองเอกหรือเมืองชั้นราชธานีจะต้องมีหลักเมืองไว้เป็นนิมิตมงคลสำหรับเมืองทุกเมือง เมืองพัทลุงเป็นเมืองโบราณที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน แม้จะเคยมีหลักเมืองเป็นศูนย์กลางของเมืองมาก่อน แต่เนื่องจากมีการย้ายที่ตั้งหลายครั้ง ทำให้หลักฐานเกี่ยวกับหลักเมืองไม่ชัดเจน แม้จะมีร่องรอยอยู่บ้าง เช่นโคกบางแก้ว เมืองเก่าชัยบุรี และเมืองเก่าบ้านลำปำ ซึ่งชำรุดผุพังไปตามกาล หลังจากย้ายเมืองพัทลุงไปตั้งที่อื่นในแต่ละครั้ง และครั้งสุดท้ายย้ายมาอยู่ที่ตำบลคูหาสวรรค์ เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๖ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งเมืองพัทลุงในปัจจุบัน ก็ยังไม่มีการสร้างศาลหลักเมืองแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๘ – ๒๕๓๙ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงในขณะนั้น คือนายประสิทธิ์ พรรณพิสุทธิ์ และหัวหน้าส่วนราชการ มาถึง ปี ๒๕๕๓ นายวินัย ครุวรรณพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ในฐานะลูกหลานชาวพัทลุงและผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ได้ดำเนินการจัดสร้างศาลหลักเมืองพัทลุงขึ้นอีกครั้ง จึงได้ประชุมคณะทำงานจัดหาสถานที่ มีมติเป็นเอกฉันท์เลือกสถานที่บริเวณวัดควนปรง หมู่ที่ ๒ ตำบลท่ามิหรำ อำเภอเมืองพัทลุง เป็นสถานที่ที่มีทำเลเหมาะสม อยู่บริเวณเนินสูง สวยงาม เส้นทางคมนาคมสะดวก และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในอดีต
แอดมินกระดุม
ควนน้อยแกรนด์แคนยอน
ควนน้อยเเกรนด์เเคนยอน ที่เที่ยวลับ พัทลุง สวยขนาดนี้ได้ยังไงนะ นำทาง ควนน้อยแกรนด์แคนยอน ตั้งอยู่ใน ตำบลแพรกหา อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ต้องบอกก่อนว่า แกรนด์แคนยอน แห่งนี้ ไม่ได้ถูกธรรมชาติสร้างขึ้นทั้งหมดค่ะ เพราะจริงๆ แล้ว ที่นี่คือบ่อดินเก่าที่ถูกทิ้งร้างเอาไว้ และได้มีการขุดดินไปขาย เมื่อดินเหล่านั้นได้ถูกขุดไปเรื่อยๆ ไปเจอกับน้ำใต้ดินทำให้เกิดเป็นหลุมบ่อขึ้นมา บวกกับเมื่อมีฝนตกลงมา ก็กลายเป็นบ่อที่มีน้ำขัง สีเขียวมรกต ทำให้เกิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวนี้ขึ้นมาค่ะ โดยบรรยากาศของที่นี่ จะมีสันดินที่ทอดยาว ล้อมรอบไปด้วย บ่อน้ำสีเขียวมรกต ทำให้กลายเป็น สถานที่ท่องเที่ยวพัทลุง ที่อันซีนสุดๆ ไปเลย ไม่ว่าใครต่างก็ต้องมาเยือนเพื่อมาเก็บภาพสวยๆ ไปอวดเพื่อนๆ ในโลกโซเชียลมีเดียกันค่ะ ซึ่งตอนนี้กำลังมีการปรับปรุงพื้นที่ เพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างเต็มตัวด้วยค่ะ ไฮไลท์ที่ทำให้ ควนน้อยแกรนด์แคนยอน นี้ มีความสวยมหัศจรรย์มากยิ่งขึ้นไปอีก นั่นก็คือ ในตอนเช้าจะมีหมอกสีขาวจางๆ ลอยลงมาปกคลุมทั่วทั้งบริเวณ ทำให้มองดูแล้วเหมือนอยู่ในดินแดนไหนสักแห่งที่ไม่ได้อยู่บนโลกนี้ และเมื่อมองทะลุผ่านม่านหมอกไป ก็จะพบกับสันเดิน ที่เรียงกันได้อย่างแปลกตา แต่กลับดูสวยงดงามมากๆ เป็นอีกมุมถ่ายรูปที่ไม่ว่าใครๆ ก็จะต้องถามว่าที่นี่คือที่ไหนอย่างแน่นอนค่ะ ใครที่จะพาลูกๆ หลานๆ มาต้องระมัดระวังความปลอดภัยด้วยนะคะ น้ำในบ่อนั้นจะลงเล่นไม่ได้ค่ะ เพราะลึกมากถึง 30 เมตร ด้วยกัน ทำให้ค่อนข้างอันตรายค่ะ ตอนถ่ายรูปก็ต้องระวังเช่นเดียวกันนะคะ ที่สำคัญอย่าลืมรักษาความสะอาด อย่าทิ้งขยะลงในบ่อนะคะ จะได้มีความสวยอันซีนแบบนี้อยู่กับเราไปนานๆ ค่ะ บรรยากาศโดยรอบของที่นี่ก็จะเย็นสบายๆ เหมาะที่จะมาพักผ่อนหย่อนใจเป็นที่สุดค่ะ ไม่ว่าจะมาเที่ยวกับใครก็สวยเหมือนกันค่ะ ใครที่กำลังคิดว่า พัทลุง ไม่ค่อยมีอะไรเที่ยวนั้น ต้องลองมาเที่ยวดูค่ะ แล้วจะเปลี่ยนความคิดไปอย่างแน่นอนค่ะ เหมือนกับที่ ควนน้อยแกรนด์แคนยอน ที่ควรค่าแก่การมาดูด้วยตาตัวเองสักครั้ง ว่าความสวยที่ว่านั้นเป็นอย่างไร