รายละเอียด
พระสี่มุมเมือง" เป็นพระพุทธรูปประจำภาคใต้ และปูชนียวัตถุคู่เมืองของพัทลุง
ประดิษฐานอยู่ภายในศาลาจตุรมุข บริเวณด้านหน้าระหว่างศาลากลางจังหวัด กับศาลจังหวัดพัทลุง เป็นพระพุทธรูปหล่อสัมฤทธิ์ปางสมาธิ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน โปรดเกล้าฯ พระราชทานไว้ที่จังหวัดพัทลุง เมื่อ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2511 น้อมสักการะพระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ หรือที่รู้จักกันดีว่า "พระพุทธรูปสี่มุมเมือง" ซึ่งมีอยู่ 4 องค์ด้วยกัน และหนึ่งในสี่องค์นั้นประดิษฐานอยู่ ณ จังหวัดพัทลุงนั่นเอง โดยนับเป็นพระพุทธรูปประจำภาคใต้ และเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดพัทลุงด้วยเช่นกัน พระพุทธรูปองค์นี้ประดิษฐานอยู่ภายในศาลาจตุรมุข บริเวณด้านหน้าระหว่างศาลากลางจังหวัดกับศาลจังหวัดพัทลุง มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปหล่อสำริด ปางสมาธิ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9) โปรดเกล้าฯ พระราชทานไว้ที่จังหวัดพัทลุง เมื่อปี พ.ศ. 2511 รู้จัก "จตุรพุทธปราการ" พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศนี้ได้รับการจัดสร้างขึ้นตามความเชื่อและโบราณประเพณีของบ้านเมือง ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งต้องมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยปกปักษ์รักษาขอบขัณฑสีมาทั้งสี่ทิศ โดยเป็นการสร้างตามแบบ "จตุรพุทธปราการ" กล่าวคือ เป็นการนำเอาวัดหรือพระพุทธรูปมาเป็นปราการทั้งสี่ด้าน เพื่อปกป้องภยันตรายจากอริราชศัตรู คอยปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย เสริมสร้างดวงชะตาแก่บ้านเมือง และคุ้มครองประชาชนให้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข ปัจจุบันได้มีการอัญเชิญพระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ ทั้ง 4 องค์ ไปประดิษฐาน ณ จังหวัดต่าง ๆ ตามทิศทั้งสี่ของประเทศไทย ได้แก่- ทิศเหนือ-ศาลหลักเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง- ทิศใต้-จังหวัดพัทลุง- ทิศตะวันออก-วัดศาลาแดง จังหวัดสระบุรี- ทิศตะวันตก-เขาแก่นจันทน์ จังหวัดราชบุรี ที่ตั้ง : อ.เมือง จ.พัทลุง
แกลเลอรี
6 รูปภาพรีวิวจากนักท่องเที่ยว
ให้คะแนนและเขียนรีวิว
ยังไม่มีรีวิวสำหรับสถานที่นี้ เป็นคนแรกที่รีวิวสิ!
แผนที่และพิกัด
ไม่ได้ระบุพิกัดสถานที่
สำรวจเพิ่มเติม
สถานที่น่าสนใจอื่นๆ ในเขต โซนพัทลุง
แอดมินกระดุม
ศาลหลักเมืองพัทลุง
แวะไหว้ ศาลหลักเมืองพัทลุง เสริมสิริมงคล ขอพรใจกลางเมือง อนุสรเเห่งแรงศรัทธาอันแรงกล้าของชาวจังหวัดพัทลุง และประชาชนทั่วไป นำทาง ศาลหลักเมืองพัทลุง ซึ่งเกิดขึ้นด้วยแรงศรัทธาอันแรงกล้าของชาวจังหวัดพัทลุง และประชาชนทั่วไป ที่ร่วมกันบริจาคทรัพย์สมทบทุนการก่อสร้างจำนวน กว่า ๑๒ ล้านบาท มอบหมายให้ รศ.ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี ศิลปินแห่งชาติสาขาสถาปัตยกรรม เป็นผู้ออกแบบการก่อสร้างมีการลงนามในสัญญาและเริ่มการก่อสร้างมาตั้งแต่วันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๓ และ ณ บริเวณวัดควนปรง หมู่ที่ ๒ ตำบลท่ามิหรำ อำเภอเมืองพัทลุง ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จจนถึงปัจจุบัน ตามพงศาวดารได้มีการกล่าวถึงความเป็นมาของการสร้างเสาหลักเมืองของชนชาติไทย ปรากฏมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี มาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ การสร้างหลักเมืองตามประเพณีโบราณ นิยมสร้างหลักเมืองไว้เป็นมิ่งขวัญ เป็นนิมตมงคล สำหรับให้รู้ว่าหลักบ้าน หลักเมืองอยู่ที่ไหน ประชาชนบ้านเมืองนั้นย่อมร่มเย็นเป็นสุข เพราะมีเทพรักษาเมือง ได้แก่ พระทรงเมือง พระเสื้อเมือง เทวดา และเทพารักษ์ ทั้งหลาย หลักเมืองต้องฝังไว้ในย่านกลางเมืองหรือให้ทำเลที่ชัยภูมิตามทิศทางของเมืองและในสมัยโบราณ เมืองเอกหรือเมืองชั้นราชธานีจะต้องมีหลักเมืองไว้เป็นนิมิตมงคลสำหรับเมืองทุกเมือง เมืองพัทลุงเป็นเมืองโบราณที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน แม้จะเคยมีหลักเมืองเป็นศูนย์กลางของเมืองมาก่อน แต่เนื่องจากมีการย้ายที่ตั้งหลายครั้ง ทำให้หลักฐานเกี่ยวกับหลักเมืองไม่ชัดเจน แม้จะมีร่องรอยอยู่บ้าง เช่นโคกบางแก้ว เมืองเก่าชัยบุรี และเมืองเก่าบ้านลำปำ ซึ่งชำรุดผุพังไปตามกาล หลังจากย้ายเมืองพัทลุงไปตั้งที่อื่นในแต่ละครั้ง และครั้งสุดท้ายย้ายมาอยู่ที่ตำบลคูหาสวรรค์ เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๖ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งเมืองพัทลุงในปัจจุบัน ก็ยังไม่มีการสร้างศาลหลักเมืองแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๘ – ๒๕๓๙ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงในขณะนั้น คือนายประสิทธิ์ พรรณพิสุทธิ์ และหัวหน้าส่วนราชการ มาถึง ปี ๒๕๕๓ นายวินัย ครุวรรณพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ในฐานะลูกหลานชาวพัทลุงและผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ได้ดำเนินการจัดสร้างศาลหลักเมืองพัทลุงขึ้นอีกครั้ง จึงได้ประชุมคณะทำงานจัดหาสถานที่ มีมติเป็นเอกฉันท์เลือกสถานที่บริเวณวัดควนปรง หมู่ที่ ๒ ตำบลท่ามิหรำ อำเภอเมืองพัทลุง เป็นสถานที่ที่มีทำเลเหมาะสม อยู่บริเวณเนินสูง สวยงาม เส้นทางคมนาคมสะดวก และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในอดีต