แกลเลอรี
22 รูปภาพรีวิวจากนักท่องเที่ยว
ให้คะแนนและเขียนรีวิว
ยังไม่มีรีวิวสำหรับสถานที่นี้ เป็นคนแรกที่รีวิวสิ!
แผนที่และพิกัด
ไม่ได้ระบุพิกัดสถานที่
สำรวจเพิ่มเติม
สถานที่น่าสนใจอื่นๆ ในเขต โซนพัทลุง
แอดมินกระดุม
วิสาหกิจชุมชนหัตถกรรมกระจูดวรรณี
วัชพืชที่ชอบขึ้นในที่ๆมีน้ำขังอยู่ตลอดเวลาสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กระจูด และสร้างงานให้คนในชุมชนกว่า 200 คน นำรายได้เข้าสู่ชุมชนกว่าปีละ 4 ล้านบาท นำทาง นับเป็นหนึ่งในวิสาหกิจชุมชนต้นแบบที่ประสบความสำเร็จ สร้างความมั่นคงในอาชีพได้ตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 ก่อตั้งขึ้นโดย นางวรรณี เซ่งฮวด ภายใต้การส่งเสริมของสำนักงานเกษตรอำเภอควนขนุนและสำนักงานเกษตรจังหวัดพัทลุง ได้สร้างความโดดเด่นให้กับผลิตภัณฑ์จากกระจูด ผ่านแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่ผสมผสานกันระหว่างภูมิปัญญาบรรพบุรุษ เทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมถึงการนำวัสดุอื่น ๆ จนได้ผลิตภัณฑ์ที่สวยงาม แปลกใหม่ และมีคุณภาพ นำมาสู่เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กระจูด และสร้างงานให้คนในชุมชนกว่า 200 คน นำรายได้เข้าสู่ชุมชนกว่าปีละ 4 ล้านบาท ทั้งนี้ กระจูดนั้น เป็นพืชตระกูลเดียวกับ “กก” เป็นวัชพืชที่ชอบขึ้นในที่ๆมีน้ำขังอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะบริเวณริมทะเลสาบที่เป็นดินโคลน ซึ่งพื้นที่ทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง เป็นหนึ่งในแหล่งที่มีต้นกระจูดขึ้นอยู่มากมาย เนื่องจากต้นกระจูดเมื่อนำมาจักสานเป็นผลิตภัณฑ์จะมีความคงทน จึงทำให้ชาวบ้านในจังหวัดพัทลุงนิยมนำมาสานเป็นเสื่อและกระสอบใส่ข้าวสารและน้ำตาล เพื่อเป็นบรรณาการมานานกว่า 200 ปี ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดย นางวรรณี เซ่งฮวด เป็นหนึ่งในคนจำนวนมากของพัทลุงที่ได้หยิบยกพืชน้ำพื้นบ้าน ต้นกระจูดมาสร้างมูลค่าเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว ด้วยการทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆออกจำหน่ายมาอย่างต่อเนื่อง และต่อมาเมื่อบุตรชาย “นัท-มนัทพงศ์ เซ่งฮวด” ได้เรียนจบการศึกษา ระดับปริญญาโทจาก คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เขาได้กลับมาบ้านเพื่อสานต่องานของแม่ที่เริ่มต้นไว้ คุณนัท คนหนุ่มรุ่นไฟที่เพิ่งจบการศึกษาใหม่ๆได้พัฒนารูปแบบของผลิตภัณฑ์กระจูดอย่างมากมาย ทั้งรูปแบบลวดลายที่ทันสมัย สร้างผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใหม่ๆที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบัน โดยกำหนดเป็นคอลเล็กชั่น รวมถึงการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มข้น เพื่อสร้างความเชื่อถือให้กับลูกค้า นอจากนี้ยังมีการจัดทำแคตตาล๊อกให้ลูกค้าได้เลือกรูปแบบของสินค้าและสีที่ต้องการก้อนผลิต จากความมุ่งมั่นพัฒนาดังกล่าวได้ส่งผลให้ในปัจจุบันสามารถนำผลิตภัณฑ์จากกระจูด ไม่ว่า กระเป๋าแบบต่าง ๆ ตะกร้าใส่ของ ถังใส่เสื้อผ้า และอื่นๆอีกมากมาย เข้าไปวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เช่น สยามพารากอน, คิง เพาเวอร์ รางน้ำ เป็นต้น รวมถึงยังส่งผลไปขายยังตลาดในต่างประเทศอาทิ จีน ญี่ปุ่น และทางประเทศในยุโรปอีกด้วย อีกทั้งยังมีที่พักโฮมสเตย์ภายใต้ชื่อเเบรนด์อีกด้วย
แอดมินกระดุม
สะพานเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา
“สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ฯ” หรือ “สะพานเอกชัย” ถือเป็นสะพานข้ามทะเลสาบที่ยาวที่สุดในประเทศไทยเลยนะ มีความยาวถึงประมาณ 5.5 กม. เชื่อมระหว่างทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง กับ อ.ระโนด จ.สงขลา นำทาง ถนนที่ถูกขนาบข้างไปด้วยทะเลหลวงและทะเลน้อยเชื่อมต่อระหว่าง ๒ จังหวัดคือสงขลากับพัทลุง และเป็นถนนที่เต็มไปด้วยพลังแห่งความสุข ด้วยวิถีธรรมชาติและวิวสวย ๆ ของทะเลสุดลูกหูลูกตา วิถีชีวิตควายน้ำ และนกนานาพันธุ์ ถนนที่ว่านี้คือ “ถนนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550” อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุงถนนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 โดยตลอดเส้นทางจะมีวิวสวยๆ งามๆ และความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติให้ได้เห็นกันตอนขับรถ รวมถึงมีจุดจอดแวะให้ถ่ายรูป ซึ่งไฮไลท์เด่นๆ ก็คือทิวทัศน์ทะเลน้อยอันกว้างไกลสุดสายตา เหล่าบรรดานกน้ำมากมาย และหากโชคดีก็จะได้ยลโฉมฝูงควายน้ำที่หาดูได้ยากอีกด้วย ความเป็นมา เป็นเส้นทางในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท โดยใช้ชื่อรหัสสายทาง พท. 3037 เปิดใช้งานเมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2550 เป็นสายทางที่สร้างตามแนวระหว่างทะเลน้อยกับทะเลหลวงของทะเลสาบสงขลา ซึ่งชาวบ้านได้ร่วมกันสร้างถนนลูกรังกันมาก่อนแต่มีปัญหาถนนพังชำรุดง่ายและเมื่อถึงฤดูน้ำหลากก็ยังเป็นแนวขวางทางระบายน้ำระหว่างทะเลน้อยกับทะเลหลวง ถนนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 เป็นถนน (สะพาน) ที่ข้ามทะเลสาบที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ซึ่งอยู่ระหว่างบ้านบ้านไสกลิ้งกับบ้านหัวป่า ได้เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2546 แล้วเสร็จและเปิดใช้งานเมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2550 ในการก่อสร้างนั้นได้สร้างตามแนวถนนเดิมซึ่งอยู่ระหว่างทะเลหลวงกับทะเลน้อย เริ่มต้นจากมีการสร้างเป็นถนนดินลูกรัง ถมลงไปในเขตทะเลในช่วงที่ตื้น ๆ เพื่อเชื่อมให้เป็นพื้นดินต่อกัน โดยการริเริ่มของท่านพระครูกิตติวราภรณ์ เจ้าอาวาสที่วัดป่าลิไลย์ ตำบลลำปำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ใช้เงินจากการทอดผ้าป่าบ้าง ทอดกฐินบ้าง ผู้ใจบุญบริจาคให้บ้าง แต่ก็ทำได้แค่ถนนลูกรังกับสะพานไม้เท่านั้น ต่อมาเมื่อนายสุรใจ ศิรินุพงศ์ ส.ส. สงขลา (ประมาณปี 2531) เลือดเนื้อเชื้อไขของผู้ใหญ่บ้านจวน ศิรินุพงศ์ คนทุ่งตะเครียะโดยกำเนิด ร่วมกับ ส.ส. พัทลุงอีก 3 คน คือนายวีระ มุสิกพงศ์ (นายวีระกานท์) นายโอภาส รองเงิน และนายพร้อม บุญฤทธิ์ ลงนามในหนังสือเสนอรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมาธิการพิจารณางบประมาณรายข่ายประจำปี 2531 ของบประมาณก่อสร้างถนนเชื่อม จังหวัดพัทลุงกับจังหวัดสงขลาด้วยเหตุผลที่ว่า 1) เป็นการสนับสนุนด้านการท่องเที่ยว2) เป็นการพัฒนาอาชีพการประมงน้ำจืด3) เป็นเส้นทางลำเลียงวัสดุก่อสร้างที่จำเป็น4) เป็นเส้นทางที่ประชาชน ในจังหวัดสงขลา พัทลุง ตรัง นครศรีธรรมราช สตูล มีโอกาสนำผลผลิตทางการเกษตรไปจำหน่ายได้สะดวก5) เป็นเส้นทางที่จะอำนวยความสะดวกในการพัฒนาทะเลสาบสงขลาให้บรรลุเป้าหมาย ในที่สุดก็ได้รับงบประมาณ ๑๓๕ ล้านบาท ข้อมูลอ้างอิง ฐานข้อมูลท้องถิ่นภาคใต้