รายละเอียด
จุดชมวิวควนไข่หด หรือควนกรวด บ้านขอนยาง ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 6 ต. เขาปู่ อ. ศรีบรรพต จังหวัดพัทลุง
อยู่ตำบลเขาปู่ อำเภอศรีบรรพต เป็นเนิน ไม่สวยจากพื้นดินมาก มีบันไดขึ้น วนได้รอบทิศ ตรงจุดชมวิว สวยมาก วิวหลักล้าน สามารถเดินขึ้นไม่สูงมากประมาณ 15 – 20 เมตร ด้านบนควนทำเป็นจุดชมวิวสามารถมองเห็นวิวของภูเขาที่เรียงรายสลับซับซ้อน มีจุดให้ถ่ายรูปกับวิว มีที่นั่งให้พักผ่อนผ่อนใจ สามารถมาถ่ายรูปดวงอาทิตย์ตกตอนเย็นสวยงามมาก ด้านทิศตะวันออก ตอนเช้าชมพระอาทิตย์ขึ้นได้ ยิ่งวันไหนที่ท้องฟ้าสดใส ไม่มืดฝน จะสวยมาก คุ้มค่าเหนื่อย ช่วงนี้ยางพารากำลังผลัดใบสวยงาม และลุ้นว่าจะมีทะเลหมอกตอนหน้าฝนใครที่ชอบวิวเขา ฟ้าสวย ๆ แนะนำเลย ไปแล้วไม่ผิดหวังแน่นอน ไปช่วงเย็นๆ จะสวยมาก แนะนำซื้อน้ำเย็นๆ ถือติดมือขึ้ไปด้วย นอกจากการชมวิวถ่ายรูปแล้ว ยังมีพระพุทธรูปให้ไหว้สักการะบูชา สักการะองค์พระโพธิสัตว์กวนอิมปางประทานพร 2 พี่น้อง ซึ่งได้มีการอัญเชิญมาจากสำนักปฏิบัติธรรมวัดพระสุขขี อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เพื่อประดิษฐานเป็นศูนย์ร่วมแห่งศรัทธาของชาวอำเภอศรีบรรพต
แกลเลอรี
6 รูปภาพรีวิวจากนักท่องเที่ยว
ให้คะแนนและเขียนรีวิว
ยังไม่มีรีวิวสำหรับสถานที่นี้ เป็นคนแรกที่รีวิวสิ!
แผนที่และพิกัด
ไม่ได้ระบุพิกัดสถานที่
สำรวจเพิ่มเติม
สถานที่น่าสนใจอื่นๆ ในเขต โซนพัทลุง
แอดมินกระดุม
พ่อขุนศรีศรัทธา(วัดท่าแค)
นำทาง วัดท่าแคตั้งอยู่ที่ตำบลท่าแค อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เป็นวัดเก่าแก่ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2298 อดีตพื้นที่วัดแห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งฐานทัพของญี่ปุ่น สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง โดยเอกลักษณ์ของวัดนี้คือการอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่น และมีชื่อเสียงจากโนราโรงครูวัดท่าแค รวมถึงตำนานพ่อขุนศรีศรัทธา ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของโนราภาคใต้ในปัจจุบัน เมื่อเดินเข้ามาภายในวัดท่าแค สัมผัสได้ถึงบรรยากาศร่มรื่น สะอาด เต็มไปด้วยพุทธศาสนิกชนที่หลั่งไหลมาทำบุญ ซึ่งจุดไฮไลท์ของวัดท่าแค คือรูปปั้นพ่อขุนศรีศรัทธา รูปปั้นพรานบุญ พระพุทธรูปปางต่างๆ ต้นโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นที่ฝังอัฐิพ่อขุนศรีศรัทธา รวมถึง อุโบสถ อาคารเสนาสนะต่างๆ รูปปั้น หรือรูปเคารพพ่อขุนศรีศรัทธา ปฐมโนรา (โนราคนแรก)เชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดของโนรา ประดิษฐานอยู่ภายในศาลาวัดท่าแค ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของลูกหลาน ตามตำนานกล่าวว่า หลังจากที่นางนวลทองสำลี ตั้งครรภ์ขึ้นมาเอง ทำให้พญาสายฟ้าฟาด ซึ่งเป็นพระราชบิดา (พ่อ) โกรธมาก จึงเนรเทศนางนวลทองสำลี พร้อมกับลูกน้อยในครรภ์ ด้วยการลอยแพจากเมืองเวียงบางแก้ว ลอยไปติดที่เกาะกะชัง เมื่อนางนวลทองสำลี ประสูติลูกชายชื่อว่าเทพสิงหร และได้สอนการร่ายรำให้เทพสิงหรจำนวน 12 ท่า ตามที่เคยนิมิตฝัน เมื่อเทพสิงหรเจริญวัย จึงได้เดินทางออกจากเกาะกะชัง ไปยังเมืองเวียงบางแก้ว พร้อมกับใช้ท่ารำแลกข้าวปลาอาหาร ต่อมาการร่ายรำของเทพสิงหร เป็นที่เลื่องลือถึงหูพญาสายฟ้าฟาด และทราบว่าเทพสิงหร เป็นพระนัดดา (หลาน) ของพระองค์ จึงได้แต่งตั้งเทพสิงหรให้เป็น ขุนศรีศรัทธา และสืบทอดท่าร่ายรำกลายเป็นโนรา หรือ มโนราห์ในปัจจุบัน โดยลูกหลานเชื่อว่าต้นโพธิ์ต้นนี้ คือสถานที่ฝังอัฐิพ่อขุนศรีศรัทธา ซึ่งหลังจากที่พ่อขุนศรีศรัทธาถึงแก่กรรม จึงได้นำอัฐิมาฝังไว้ที่ใต้ต้นโพธิ์ จะเห็นได้ว่าต้นโพธิ์ถูกพันด้วยผ้าแพรหลากสี ซึ่งแสดงถึงความศักดิ์สิทธิ์ และผู้คนให้ความเคารพนับถือ วัดท่าแค เป็นวัดที่มีชื่อเสียงในด้านการอนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นมโนราห์ และเป็นที่รู้จักกันในพิธีกรรมโนราโรงครู ซึ่งเป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ จัดขึ้นเป็นประจำทุกๆ ปี ตามความเชื่อท้องถิ่นของชาวท่าแค และเป็นพิธีกรรมที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ อีกทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน เกิดความรักสามัคคี ซึ่งพิธีกรรมโนราโรงครูประกอบไปด้วยพิธีกรรมสำคัญ เช่น การรำคล้องหงส์ การแทงเข้ การตัดผมผีช่อ การผูกผ้าปล่อย การรักษาโรคด้วยการเหยียบเสน เป็นต้น นอกจากนี้ บริเวณหน้าศาลารูปปั้นของพ่อขุนศรีศรัทธา ยังมีหลักพ่อขุนศรีศรัทธา ให้ทุกคนสามารถกราบไหว้ขอพรได้อีกด้วย โดยเชื่อว่าผู้ศรัทธาและลูกหลาน วิญญาณบรรพบุรุษ ครูหมอตายายที่นับถือ จะช่วยคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย และเจริญรุ่งเรืองในชีวิต วัดท่าแค ถือเป็นวัดสำคัญทางประวัติศาสตร์ ที่บันทึกเรื่องราวของพ่อขุนศรีศรัทธา ซึ่งเคยเดินทางมาขึ้นแพที่บริเวณท่าแพหน้าวัด จึงเป็นที่มาของตำบลท่าแค โดยเรียกเพี้ยนมาจากคำว่า ท่าแพ นั่นเอง ฉะนั้น หากใครมาเที่ยวพัทลุง แนะนำให้ลองแวะมาเที่ยวที่วัดท่าแคสักครั้งในชีวิต เพราะนอกจากจะได้ทำบุญ ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยังได้เรียนรู้รากเหง้า วัฒนธรรมท้องถิ่นที่สืบทอดต่อกันมาเป็นเวลาช้านาน
แอดมินกระดุม
วิสาหกิจชุมชนหัตถกรรมกระจูดวรรณี
วัชพืชที่ชอบขึ้นในที่ๆมีน้ำขังอยู่ตลอดเวลาสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กระจูด และสร้างงานให้คนในชุมชนกว่า 200 คน นำรายได้เข้าสู่ชุมชนกว่าปีละ 4 ล้านบาท นำทาง นับเป็นหนึ่งในวิสาหกิจชุมชนต้นแบบที่ประสบความสำเร็จ สร้างความมั่นคงในอาชีพได้ตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 ก่อตั้งขึ้นโดย นางวรรณี เซ่งฮวด ภายใต้การส่งเสริมของสำนักงานเกษตรอำเภอควนขนุนและสำนักงานเกษตรจังหวัดพัทลุง ได้สร้างความโดดเด่นให้กับผลิตภัณฑ์จากกระจูด ผ่านแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่ผสมผสานกันระหว่างภูมิปัญญาบรรพบุรุษ เทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมถึงการนำวัสดุอื่น ๆ จนได้ผลิตภัณฑ์ที่สวยงาม แปลกใหม่ และมีคุณภาพ นำมาสู่เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กระจูด และสร้างงานให้คนในชุมชนกว่า 200 คน นำรายได้เข้าสู่ชุมชนกว่าปีละ 4 ล้านบาท ทั้งนี้ กระจูดนั้น เป็นพืชตระกูลเดียวกับ “กก” เป็นวัชพืชที่ชอบขึ้นในที่ๆมีน้ำขังอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะบริเวณริมทะเลสาบที่เป็นดินโคลน ซึ่งพื้นที่ทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง เป็นหนึ่งในแหล่งที่มีต้นกระจูดขึ้นอยู่มากมาย เนื่องจากต้นกระจูดเมื่อนำมาจักสานเป็นผลิตภัณฑ์จะมีความคงทน จึงทำให้ชาวบ้านในจังหวัดพัทลุงนิยมนำมาสานเป็นเสื่อและกระสอบใส่ข้าวสารและน้ำตาล เพื่อเป็นบรรณาการมานานกว่า 200 ปี ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดย นางวรรณี เซ่งฮวด เป็นหนึ่งในคนจำนวนมากของพัทลุงที่ได้หยิบยกพืชน้ำพื้นบ้าน ต้นกระจูดมาสร้างมูลค่าเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว ด้วยการทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆออกจำหน่ายมาอย่างต่อเนื่อง และต่อมาเมื่อบุตรชาย “นัท-มนัทพงศ์ เซ่งฮวด” ได้เรียนจบการศึกษา ระดับปริญญาโทจาก คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เขาได้กลับมาบ้านเพื่อสานต่องานของแม่ที่เริ่มต้นไว้ คุณนัท คนหนุ่มรุ่นไฟที่เพิ่งจบการศึกษาใหม่ๆได้พัฒนารูปแบบของผลิตภัณฑ์กระจูดอย่างมากมาย ทั้งรูปแบบลวดลายที่ทันสมัย สร้างผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใหม่ๆที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบัน โดยกำหนดเป็นคอลเล็กชั่น รวมถึงการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มข้น เพื่อสร้างความเชื่อถือให้กับลูกค้า นอจากนี้ยังมีการจัดทำแคตตาล๊อกให้ลูกค้าได้เลือกรูปแบบของสินค้าและสีที่ต้องการก้อนผลิต จากความมุ่งมั่นพัฒนาดังกล่าวได้ส่งผลให้ในปัจจุบันสามารถนำผลิตภัณฑ์จากกระจูด ไม่ว่า กระเป๋าแบบต่าง ๆ ตะกร้าใส่ของ ถังใส่เสื้อผ้า และอื่นๆอีกมากมาย เข้าไปวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เช่น สยามพารากอน, คิง เพาเวอร์ รางน้ำ เป็นต้น รวมถึงยังส่งผลไปขายยังตลาดในต่างประเทศอาทิ จีน ญี่ปุ่น และทางประเทศในยุโรปอีกด้วย อีกทั้งยังมีที่พักโฮมสเตย์ภายใต้ชื่อเเบรนด์อีกด้วย